2007/Aug/12

สวัสดีค่ะแม่ วันนี้เป็นวันที่ 12 สิงหา 50

ความจริงมันเรียกว่าเรียงความก็ไม่ได้หรอก มันน่าจะเป็นจดหมายเสียมากกว่า ตอนนี้เวลา 12.06น. แม่คงกำลังดูทีวีหรือทำกับข้าวกลางวันให้หนูกับน้องกินอยู่ที่บ้านยายสินะ~ งืมๆ... เมื่อวันศุกร์ ครูให้กระดาษหนูมาแผ่นหนึ่ง เป็นกระดาษที่มีรูปหัวใจตรงกลาง หนูไม่รู้หรอกว่าควรจะเขียนอะไรลงไปบ้าง ใช่แล้วทำไมหนูต้องมาเขียนในนี้ล่ะ??? (กระซิบ:เผื่อคนใจร้ายบางคนเข้ามาอ่านจะได้รู้ไงว่าหนูรักแม่แค่ไหน) วันนี้เป็นวันแม่~ ทั้งที่ตอนนี้หนูควรจะช่วยแม่ทำงานบ้านหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ตอนนี้หนูกลับนั่งอยู่หน้าคอม... อย่างที่บอก หนูชักจะเบื่อคอมแล้ว หนูไม่อยากจ้องมันมาก เพราะมันจะทำให้หนูสายตาเสีย และมันจะร่นระยะเวลาที่หนูจะต้องไปตัดแว่นใหม่ ตอนนี้หนูยังไม่อยากใช้ตังค์... แต่หนูก็ยังต้องจ้องมัน เพราะหนูต้องทำงาน...

หนูคิดว่าหนูเป็นผู้ใหญ่ เพราะหนูจำเป็นต้องเป็นผู้ใหญ่ แม้ในบางทีในบางเรื่องหนูอาจจะดูเด็กมากๆในสายตาแม่ แต่หนูอยากให้แม่รู้นะ ว่าหนูกำลังใช้ความพยายามอย่างมากในการเข้มแข็ง

อย่างที่หนูพูดให้ฟังบ่อยๆว่าอยากมีเงินมากๆ หนูอยากซื้อของที่แม่อยากได้ ที่น้องอยากได้ หนูอยากลดภาระโดยการช่วยแม่หาเงิน หนูไม่อยากให้แม่เหนื่อย ถึงบางทีหนูจะทำให้แม่เหนื่อยทั้งกายทั้งใจก็เถอะ

แต่หนูรักแม่นะ....

เมื่อวันศุกร์ คุณครูถามหนูว่า "พิมพ์ชนก เธอยังไม่ส่งเรียงความวันแม่ใช่ไหม?" หนูพยักหน้าเบาๆ คุณครูก็บอกว่า "ถ้างั้นเธอก็เตรียมเขียนเรียงความวันพ่อแทนแล้วกัน..." ทีแรก หนูเข้าใจว่าเกี่ยวกับพ่อหลวง เพราะเรียงความวันแม่เกี่ยวกับแม่ของชาติ....

....หนูจะไม่รู้สึกลำบากใจเลยแม้แต่น้อย... ถ้าหากคุณครูบอกว่าให้หนูเขียนเรื่องของในหลวง....

หนูรู้ ว่าตอนนั้นน้ำตาหนูมันไหลลงมาแล้ว.... หนูรู้ว่าหนูต้องทนเขียนเรียงความเรื่องของเขาไม่ได้แน่ๆ หนูรู้สึกว่าหัวใจหนูอ่อนแอมาก รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเหมือนตัวละครที่หนูเขียน เหมือนมาก หนูอ่อนแอมาก...

วินาทีนั้น หนูรู้เลย ว่าหนูต้องทำมันไม่ได้แน่ๆ ... แต่เพราะแม่บอกว่า "อย่างน้อยลูกก็ได้เลือดดีๆมาจากเขานะ" มันทำให้หนูรู้ว่า หนูควรจะทำอย่างไรกับความรู้สึกแย่ๆนี้

หนู...เจ็บปวดกับแผล...เพราะหนูชอบฝันเห็นเขาอยู่เรื่อย... ทุกวันเวลาหนูออนเอ็มหนูก็ยังหวัง.... ให้เขาเลิกบล็อกหนู...

....เพระหนูยังอยากคุยกับเขาอยู่....

...ถึง คุณ...

หนูภาวนาให้คุณเข้ามาในบล็อคของหนู... หนูอยากให้คุณได้อ่านมัน และรับรู้ว่าพวกเราคิดถึงคุณนะ ถึงแม้คุณจะไม่คิดถึงเราก็ตาม...หนูรู้ว่าหนูมันอ่อนแอ เพราะเวลาที่นึกถึงคุณทีไร หนูจะต้องทนไม่ไหว ร้องไห้ออกมาทุกที...

...บางทีหนูก็คิด ว่าทำไมตัวเองถึงได้อ่อนแอขนาดนี้...

"สักวัน จะเป็นวันของเรา" หนูเชื่อ... ว่าสักวันจะถึงทีของเรา... หนูจะรอให้ถึงวันนั้นนะคะแม่

ให้ความเข้มแข็ง ยืนอยู่ข้างพวกเรา

รักแม่นะ~

ปล. กว่าหนูจะเปิดให้แม่อ่านก็คงเย็นๆล่ะเนอะ~

2007/Aug/11

อุวะ 55+ - - มาอัพ...คลายเครียด(จริงๆ)
...พี่ต้นน้ำ! ซานอัพแล้ว เพราะงั้น มาอัพซะเดี๋ยวนี้ ก่อนมีน้ำโห555+
อ่านคอมเม้นและ ปลื๊มปลื้ม
ซานก็ชอบยุนแบบนี้นะ.... อิอิ

แล้วก็....ถ้าหากว่าภาษาไม่สวยยังไงก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ 55+
รู้สึกว่ายิ่งเขียนยิ่งมือตก ยังไงก็ไม่รู้แฮะ.... เบลอๆๆๆๆ

ปล. ขอบคุณ 53 คอมเม้น จากPart 1 นะคะ>.<
ปลล. ซีฮัน 55+ ไอ่ซานชอบคู่นี้จริงๆ ชายฉ่อยกะป๋าเอ๋อ กรี๊ดกร๊าด~


user posted image
(อันนี้ไม่เกี่ยว แต่อยากลง55+ )


Part 2

ดวงตากลมโตจ้องป้ายประกาศตรงหน้าตาใสแป๋ว ก่อนจะละความสนใจจากป้ายลงมายังผู้คนมากมายที่เดินกันให้ขวักหลังจากมีการประกาศทดสอบความสามารถพิเศษสำหรับคนที่สนใจจะเข้ามาอยู่ในกองทัพ ไม่ว่าจะตำแหน่งใดก็ตาม.... โดยเฉพาะ ตำแหน่ง พ่อครัว...

เอ้าๆ...สำหรับคนที่ยื่นใบสมัครให้เจ้าหน้าที่แล้ว ฟังข้า! เสียงตะโกนดังลั่นราวกับคำประกาศิต ทุกๆคนพร้อมใจกันหยุดทุกการกระทำ แล้วจ้องเจ้าของเสียงตะโกนเป็นตาเดียว รวมไปถึงแจจุงที่ยืนกำใบสมัครอยู่ที่ท้ายของแถวด้วย

วันพรุ่ง...ให้มารายงานตัวเพื่อทำการคัดเลือกผู้ที่จะได้เข้าไปทำงานในกองทัพ....เอาล่ะที่ข้าจะพูดก็มีแค่นี้...ขอให้ทุกคนโชคดี

ทันทีที่เสียงตะโกนสิ้นสุดลง เสียงพูดคุยก็ดังฮือขึ้นทันที แจจุงมองชายหนุ่มอายุรุ่นๆเดียวกับเขาที่พร้อมใจกันสมัครเข้ากองทัพด้วยสายตามุ่งมั่น ทุกคนในที่นี้มีสายตาแบบเดียวกับเขาด้วยกันทั้งสิ้น หากแต่จุดประสงค์ในการเข้าไปอยู่ในกองทัพของเขามันแตกต่างออกไป....

ดวงใจดวงน้อยล่องลอยไปไกลหาใครบางคน ที่ตนเองมิอาจเอื้อม รู้ทั้งรู้ว่าฝ่ายนั้นอยู่สูงแสนสูง ไม่สมควรด้วยซ้ำที่คำต้อยต่ำอย่างเขาจะบังอาจนึกถึง แต่ก็ยังคิดจะเข้าใกล้ ไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม...

แจจุงยื่นใบสมัครให้เจ้าหน้าที่ทันทีที่ถึงคิวของตนเอง เจ้าหน้าที่เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของใบสมัครที่มีใบหน้าสวยหวาน และรูปร่างบอบบางยิ่งกว่าหญิงใดที่เขาเคยพบ... ก่อนจะอ่านทวนสิ่งที่ร่างบางตรงหน้ากรอกไว้ซ้ำอีกครั้ง เพื่อเตือนสติเจ้าตัว....

...รูปร่างบอบบางอย่างเจ้าเนี่ยนะ...แน่ใจแล้วรึ?

คนร่างบางได้แต่ยิ้มตอบ ยิ้มที่ทำเอาคนมองหัวใจกระตุกวูบ... เจ้าหน้าที่รับใบสมัครพยักหน้าหงึกๆเป็นอันว่าเข้าใจก่อนจะเผลอใจเตลิดไปมากกว่านี้ แจจุงค้อมศีรษะเป็นการขอบคุณก่อนจะเดินออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส

แน่ใจแล้วหรอแจจุง?...ไม่มาเป็นพ่อครัวกับพี่จริงๆหรอ?

ฮันคยองที่ยืนคอยแจจุงเอ่ยขึ้นทันทีที่ร่างบางเดินเข้ามาใกล้ แจจุงพยักหน้าเบาๆก่อนจะฉีกยิ้มแจ่มใสที่คนมองถึงกับต้องถอนหายใจออกมาเบาๆ ถึงแม้แจจุงจะเป็นคนหัวอ่อนก็จริง แต่ลองได้คิดที่จะตั้งใจมั่นทำอะไรซักอย่างขึ้นมา....

...แม้จะเป็นลิขิตฟ้า ก็มิอาจห้ามได้...

...เอาเถอะ...ยังไงก็ตัดสินใจไปแล้วนี่ ก็ต้องไม่มีคำว่าเสียใจทีหลังนะ?

ขอรับ~ ท่านที่ฮันไม่ต้องเป็นห่วง

ดีแล้ว...ยังไงถ้าได้เข้าไปอยู่ในกองทัพแล้ว... ต้องก็ระวังตัวนะ...อย่ายอมให้ใครแกล้งง่ายๆอีกล่ะ
แล้ว... บอกคุณหนูจุนซูเรื่องนี้หรือยัง?

ผู้เป็นพี่ถามเสียงอ่อน มองคนที่ยืนส่ายหน้ารัวอยู่ตรงหน้าก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ ก็รู้สาเหตุที่แจจุงไม่คิดจะบอกจอมโวยวายคนนั้นหรอก... เพระถ้ารายนั้นรู้เรื่องล่ะก็ คุณหนูน้อยแห่งตระกูลยูนั่นคงไม่ยอมปล่อยแจจุงให้ออกมาเข้ารับการคัดเลือกเพื่อจะเข้าไปทำงานในกองทัพพรุ่งนี้แน่ๆ

....แฮ่ก...แฮ่ก....พ่อครัวฮัน....

ร่างหนาที่วิ่งกระหืดกระหอบมาตะโกนเสียงดังลั่นมาแต่ไกล เรียกให้เจ้าของชื่อหันไป ฮันคยองยิ้มบางให้ร่างนั้นที่กำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนที่สุดก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าเขากับแจจุง

ชินดง...มีอะไรหรอ? ฮันคยองถามเสียงใส ใบหน้าขาวยังคงรอยยิ้มน่ามองนั้นไว้...

ชินดงมองคนที่ยืนอยู่ข้างๆกับพ่อครัวฮันคยองอย่างพิจารณาก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้ๆร่างโปร่งแล้วกระซิบบางอย่างที่ทำให้พ่อครัวคนเก่งถึงกับหน้าถอดสี ฮันคยองได้แต่ยิ้มฝืดๆ แล้วหันมาหาน้องชายที่จ้องเขาตาใสแป๋วอยู่ข้างๆ

แจจุง...คือ...พี่...มีธุระด่วนน่ะ....

...ถ้างั้น...พรุ่งนี้มาให้กำลังใจข้าด้วยนะพี่ฮัน ร่างบางเอ่ย ก่อนจะยิ้มหวานให้กับพี่ชายที่สีหน้าดูไม่ดีซักนิด

...จ...แจจุง...

ขอรับ?

....แน่ใจแล้วใช่ไหม.... ว่าอยากจะเข้ากองทัพ....จริงๆ....

แจจุงหัวเราะน้อยๆกับคำถามที่ถามซ้ำหลายรอบเหลือเกิน ของพี่ชายสุดที่รัก ร่างบางพยักหน้าแรงๆสองสามทีให้พี่ชายเข้าใจเสียทีว่าเขามุ่งมั่นจริงๆ

งั้นก็ดี.... ร่างโปร่งพึมพำเบาๆกับตนเองอย่างครุ่นคิด...

...แจจุงจะต้องได้เข้ากองทัพได้แน่ๆ....พี่สัญญา



...แจจุงจะต้องได้เข้ากองทัพได้แน่ๆ....พี่สัญญา

ระหว่างทางเดินกลับบ้าน แจจุงก็แอบนึกขันในคำของผู้เป็นพี่ขายไม่ได้ ก็พี่ฮันไม่ใช่พระราชาหรือเชื้อพระวงศ์เสียหน่อย... พูดแบบนั้นทำอย่างกับจะสั่งให้ผู้คัดเลือก เลือกเข้าให้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในกองทัพได้อย่างนั้นแหล่ะ....

ร่างบางหัวเราะน้อยๆ ก่อนจะเลี้ยวเข้าเขตบ้านตระกูลยู... ทว่ายังไม่ทันได้ก้าวท้าวเข้าดวงตากลมโตก็เหลือบไปเห็นอาชาไนยสีนิลคุ้นตาเสียก่อน... ดวงตาเรียวเล็กคล้ายคนเป็นเจ้าของทำให้แจจุงจำม้าพันธุ์ดีตัวได้ทันที

....ห..หมายความว่า....องค์ชาย...เสด็จ.... ไม่รอช้า ร่างบางวิ่งไม่คิดชีวิตเพื่อจะให้ทันเฝ้าองค์รัชทายาทแห่งแคว้นทันที...

ไม่แปลกที่จะเห็นองค์รัชทายาทในบ้านตระกูลยูบ่อยๆ นั่นเป็นเพราะ ยู ซึงฮวาน หรือนายท่านของบ้านเป็นถึงอมาตย์คนสำคัญแห่งแคว้น จึงทำให้องค์ชายยุนโฮที่แม้จะเป็นเพียงแค่รัชทายาทอันดับสองหากแต่จริงจังต่อการบ้านการเมือง มาแวะเวียนเยี่ยมเยียนนั่งจิบน้ำชาคุยเรื่องปัญหาภายในแคว้นด้วยบ่อยๆ...

...แ...ฮ่ก......เรียวอุค...เดี๋ยว....

ร่างบางเอ่ยเรียกเรียวอุค พี่เลี้ยงของคุณหนูจุนซูแห่งตระกูลยู ที่เพิ่งจะออกมาจากห้องรับรองแขกพร้อมกับถาดน้ำชาใบใหญ่ คนตัวเล็กเลิกคิ้วขึ้นอยากสงสัยก่อนจะสาวเท้าเข้าไปหาแจจุงด้วยท่าทีสำรวม

พี่แจจุง?....มาพอดีเลย

....องค์ชาย....เสด็จมา...นานรึยัง?

เรียวอุคยิ้มบางที่มุมปากก่อนจะพยักหน้าเบาๆ ทำไมเขาจะไม่รู้ความรู้สึกของพี่แจจุงกัน ก็ในเมื่อคนๆนี้มักจะไปแอบมององค์ชายทุกครั้งเมื่อท่านเสด็จมายังบ้านตระกูลยู เขาเป็นคนที่รู้ดีที่สุด...ว่าแจจุงนั้นชื่นชมองค์ชายขนาดไหน... และยังรู้อีกด้วยว่า....

...วันนี้เป็นยังไงบ้างขอรับ? น้ำเสียงห่วงใยเอ่ยถามร่างบางตรงหน้า แจจุงที่ชะเง้อคอเผื่อจะได้มีโอกาสมองเห็นองค์ชายจากบานประตูที่ถูกแง้มเอาไว้

...วันนี้รึ?... คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน ...มีคนอีกมากที่ต้องการเข้ากองทัพอย่างพี่...แถมแต่ละคน...ดูแข็งแรงกว่าพี่เป็นร้อยเท่าพันเท่า

นั่นสิครับ...แล้วทำไมพี่แจจุงถึงไม่สมัครเป็นพ่อครัวอย่างพี่ฮันล่ะครับ? คนตัวเล็กตรงหน้าเอ่ยถามด้วยความสงสัย ก็รสมือของพี่แจจุงน่ะใช่ย่อยซะที่ไหน....แล้วทำไมถึงได้ตัดสินใจสมัครอะไรลงไปแบบนั้น....

....เป็นพ่อครัวก็ได้อยู่แต่ในครัว... คำที่ร่างบางตรงหน้าพึมพำออกมาทำให้คนฟังสามารถเข้าใจอะไรเองได้ตั้งแต่ต้นจนเกือบจบ

...เอ้อข้าก็ว่าข้าลืมอะไรไป...ใช่...คุณหนูจุนซูเรียกหาแต่พี่ทั้งวัน...ถ้ายังไงเข้าไปพบท่านหน่อยก็ดีนะขอรับ

คุณหนูอยู่ในห้องรับรอง?....

ขอรับ....คุณหนูทั้งสอง รวมทั้งนายท่านกับองค์ชายก็อยู่ ร่างบางพยักหน้ายิ้มอย่างพอใจให้ผู้เป็นน้อง ก่อนจะสาวเท้าด้วยท่าทีสำรวมเหมือนกับที่เคยฝึกมาจนจำฝังใจ แล้วค่อยๆทรุดตัวลงนั่งที่หน้าประตูห้อง มือเรียวบรรจงเคาะเบาๆพอเกิดเสียง

แจจุง ขอรับ....

.................................................................................

อือ.....

ฮึก......

มือเรียวบอบบางปิดปากตัวเองแน่น ทำเอาคนที่กำลังมีความสุขกับผิวเรียบเนียนลื่นของร่างโปร่งถึงกับเกิดอาการหงุดหงิด ใบหน้าคมเข้ม เงยขึ้นจากหน้าท้องแบนราบที่กำลังพรมจูบด้วยความหลงใหล ก่อนจะเอื้อมมือหนาขึ้นมาแกะมือเรียวบางของอีกฝ่ายออกจากริมฝีปากนุ่มนั่น

...อย่ากลั้นไว้สิ....ข้า...อยากได้ยินเสียงเจ้านะ....

.....ม...ไม่พะย่ะค่ะ....หาก....มี...ฮึก....อะ...อ๊า......

มีอะไร? ราวกับจะแกล้ง องค์รัชทายาทอันดับหนึ่งแห่งแคว้นชินโจก้มลงครอบครองแก่นกายของอีกฝ่ายทั้งหมดไว้ด้วยริมฝีปากหนาของตน แล้วจูบเบาๆที่ส่วนปลาย ทำเอาร่างโปร่งร้องครางออกมาไม่แทบเป็นภาษา

...หากมี....คน...ฮึก....ไม่นะองค์ชาย...ไม่เอา...อย่าตรงนั้น!....ฮ๊า

น้ำรักที่เป็นตัวแทนแห่งความสุขสมของร่างโปร่งข้างใต้ไหลออกมาองค์ชายซีวอนยิ้มบางก่อนจะเลื่อนกายที่กำยำไปด้วยกล้ามมัดของตนขึ้นไปจูบขมับของคนรักเบาๆ ใบหน้าคมแย้มยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อได้มีโอกาสแกล้งคนที่รัก ให้หายคิดถึง...

ใช่ว่าเขาจะมีความสุขที่ได้ทำตัวเสเพลไปวันๆ เลือกจะระบายความใคร่หญิงงามคนไหนก็ได้... ทว่า... ไม่ว่าจะกอดใคร หัวใจของเขาก็ไม่เคยได้รู้สึกถึงการเติมเต็ม ไม่เหมือนได้กอดร่างโปร่งที่กำลังร้องครางในอ้อมกอดนี้...ไม่เหมือนได้สูดกลิ่นหอมของพ่อครัวหนุ่ม ที่มีความสำคัญมากกว่าที่จะมานั่งดูแลเรื่องอาหารให้แก่เขา

...เพราะไม่มีใคร สามารถแทนที่ฮันคยองของเขาได้...
...หากฮันเอ่ย...ว่าอยากอยู่กับเขา รักเขา...
...แค่ฮันพูด...

เรารักเจ้านะ...ฮันคยอง...แล้วเจ้าล่ะ...รักเราบ้างไหม?

เพียงแค่คำตอบเดียว.... เขาพร้อมจะสละตำแหน่งองค์รัชทายาททันที... เพื่อให้ยุนโฮได้ขึ้นเป็นกษัตริย์องค์ต่อไปของแคว้น... เขายอมแม้แต่จะกลายเป็นคนสามัญชนธรรมดา... ขอเพียงได้อยู่เคียงข้างกับร่างโปร่งนี่

...ไม่ว่าจะต้องเสียอะไร ถ้าแลกกับการได้ใช้ชีวิตร่วมกับคนที่รัก...เขาก็พร้อมยอมเสีย...

เก็บรักของพระองค์ไว้... นิ้วเรียวแตะเบาๆที่ริมฝีปากของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นองค์รัชทายาท ...คำรักของพระองค์ไม่คู่ควรกับคนธรรมดาสามัญชนอย่างหม่อมฉัน...สูงส่งเกินไป...

ฮันคยอง.....

องค์ชายเป็นถึงองค์รัชทายาท...พระองค์ยังต้องดูแลบ้านเมือง...อย่าบังคับให้หม่อมฉันรักพระองค์...หม่อมฉันรู้ดี...หากหม่อมฉันเอ่ยความในใจออกมา...พระองค์ก็คงจะละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง....

ข้า....

หม่อมฉัน ต้องการเห็นพระองค์จริงจังต่อตำแหน่ง และประชาชนของพระองค์.....

องค์รัชทายาทอันดับหนึ่งยิ้มฝืด สีหน้าแห่งความเจ็บปวดนี้สามารถทำลายหัวใจดวงน้อยๆของพ่อครัวหนุ่มให้แตกสลายได้อีกครั้ง... ทุกครั้งที่ได้เห็นสีหน้าแบบนี้ของคนรักเขาก็เจ็บปวดจนแทบจะร้องไห้ออกมาเหมือนกัน... ใช่ว่าเขาไม่อยากจะเอ่ยความในใจ... เพียงแต่เข้า รู้ดีถึงความแตกต่างของชนชั้น หากเขาเอ่ยออกไป ว่ารัก... ว่าอยากจะอยู่เคียงข้างตลอดเวลา... ไม่อยากให้ซีวอนเป็นองค์รัชทายาท.... อยากให้เรารักกันเหมือนคนสามัญชนธรรมดาทั่วไป....

...หากเขาเอ่ยออกไปว่าต้องการรักแบบนั้น....
...ซีวอนก็คงจะยอมละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง...

...ไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นคนที่ทำลายอนาคตของคนที่รักเป็นที่สุด....

เราเข้าใจ....ฮันคยอง...แต่เราไม่ต้องการกอดคนอื่นอีก...แล้วเราไม่ต้องการให้คนอื่นมากอดเรานอกจากเจ้า! ได้ยินไหม...เราไม่ต้องการคนอื่น!....ขอเพียงเจ้าพูดมา...หากเจ้ารักเรา...ได้โปรด....

อย่าตรัสอย่างนี้อีก...หากคนอื่นมาได้ยินเข้ามันจะไม.....

เจ้ามักจะเห็นคนอื่น...ดีกว่าความรักของเราทั้งสองทุกที

องค์รัชทายาทเอ่ยอย่างตัดพ้อ ก่อนจะลุกขึ้นนั่งด้วยเพราะสิ่งที่เกาะกุมหัวใจเขาอยู่ตอนนี้เหมือนเมือกบางๆที่เรียกว่าความน้อยใจ พ่อครัวหนุ่มเห็นดังนั้นจึงไม่รอช้าที่จะลุกขึ้นตาม มือเรียวเอื้อมมาคว้ามือหนาของร่างสูงมาไว้ที่อกด้านซ้ายของตนที่กำลังสั่นด้วยแรงสะอึก ก่อนจะส่งมือข้างที่ว่างอยู่ทาบเบาๆที่อกด้านซ้ายขององค์รัชทายาทเช่นกัน

...ไม่ต้องมีใครเอ่ย....พระองค์ไม่ต้องเอ่ย....หม่อมฉันไม่ต้องเอ่ย...แต่หัวใจของเรา....รู้ดีที่สุด...พระองค์รู้สึกถึงการมีอยู่ ของคำที่พระองค์ต้องการได้ยิน...จากหัวใจของหม่อมฉันไหม?

องค์รัชทายาทพยักหน้าคล้อยตามคำพูดของคนรัก ก่อนจะคว้าร่างโปร่งเข้ามากอดอย่างแนบแน่นจนอีกฝ่ายแทบจะหายใจไม่ออกใบหน้าคมของร่างสูงซบลงที่ไหล่ของบางของอีกฝ่าย... แรงสะอึกยิ่งเพิ่มมากขึ้นเมื่อรู้สึกได้ถึงน้ำอุ่นๆจากคนรัก ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าซีวอนกำลังร้องไห้ให้กับความรักที่ไม่มีวันสมหวังเขาเราทั้งคู่

...เราเข้าใจแล้ว....เราได้ยิน....เสียงหัวใจของฮัน...บอกเรา

ให้หัวใจของเราทั้งคู่เป็นคนเอ่ย...เสียงหัวใจของพระองค์ก็บอกอย่างเดียวกับหม่อมฉัน....

...เจ้ามีอะไรที่อยากได้เป็นพิเศษไหม?

พระองค์? คนถูกถามถึงกับผละคนถามออกเบาๆ คิ้วเรียวเลิกขึ้นอย่างสงสัย... พิเศษหมายความว่าอย่างไรกัน?

...เจ้าก็รู้...พรุ่งนี้เราต้องไปช่วยยุนโฮคัดเลือกคนเข้ากองทัพ....

ใช่แล้ว!... ด้วยตาพ่อครัวหนุ่มเป็นประกายทันที ที่เรามาหาองค์รัชทายาทในวันนี้ก็เพราะเรื่องของน้องชายสุดที่รักนี่นา....

ฮันคยองสบตากับองค์รัขทายาทอันดับหนึ่ง... เขาเชื่อว่า... คนๆนี้จะต้องช่วยแจจุงได้แน่ๆ....

...หม่อมฉันไม่ต้องการสิ่งของ....แต่หม่อมฉันมีเรื่องอยากจะทูลขอ............

...........................................................................
TBC next part

2007/Aug/09

เอาเพลงมาลง ฟิคมาฝาก หุหุ

Part 1

เสียงเซ็งแซ่ดังขึ้นจากทั่วทุกสารทิศ ใจความเดียวจากชาวเมืองที่พร้อมใจกันตะโกนสรรเสริญเหล่านักรบผู้นำชัยชนะมาแก่แคว้น สร้างทั้งรอยยิ้มและน้ำตาให้แก่ผู้กล้าทั้งหลายที่ก้าวช้าๆอยู่บนพรมแดง บ้างก็โบกมือ บ้างก็นิ่งเฉย บ้างก็ร้องไห้ บ้างก็ตีหน้าเข็ม....

โดยเฉพาะท่านแม่ทัพของแหล่งกองทหารนับแสนนาย ที่ควบม้าสีนิลคู่ใจช้าๆไปบนพรมแดงด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ไม่มีรอยยิ้มใดๆปรากฏบนหน้าชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย

ใบหน้าเรียวคมเข้มรูปไข่หากแต่อ่อนวัยบ่งบอกอายุได้ดีว่าไม่มีทางถึงหลักสามแน่นอน คิ้วหนาที่ขมวดเป็นปมอยู่ตลอดเวลาทำให้ใบหน้าอ่อนเยาว์ดูน่าเกรงขามขึ้นเยอะ ริมฝีปากรูปกระจับที่ไม่คิดจะเอ่ยคำใดออกมาหากไม่จำเป็นจะพูด สุดท้าย จมูกโด่งเป็นสัน ทำให้รูปหน้าทั้งหมดของแม่ทัพ ชอง ยุนโฮ คนนี้ เป็นที่หมายปองของหญิงสาวสูงศักดิ์ทั้งหมดแทบจะทั้งแคว้น

ดวงตาคมปรายมองหญิงสาวสูงศักดิ์ทั้งหลายที่แต่งกายด้วยผ้าทอราคาแพง ยืนเบียดกันแทบจะทะลักออกมานอกพรม ด้วยความละอา ก่อนจะก้มลงกระซิบที่ข้างๆหูขององครักษ์คนสนิทอย่างเบา ทันใดนั้นเอง องครักษ์หนุ่มก็ก้าวไปหาหญิงสาวพวกนั้นอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งเอ่ยบางอย่างที่พวกนางได้ฟังแล้วถึงกับหน้าซีด พร้อมใจกันหลีกทางให้แก่ท่านแม่ทัพได้ควบม้าคู่ใจไปบนพรมแดงอย่างสะดวก

ขบวนเคลื่อนห่างออกไปเรื่อยๆ ขณะที่เสียงซุบซิบเกี่ยวกับแม่ทัพแห่งแคว้นยิ่งทวีความดังขึ้น เหล่าบุตรีของขุนนางสูงศักดิ์ทั้งหลายก็อดที่จะออกอาการชื่นชมชายหนุ่มเป็นไม่ได้... แน่ล่ะ ที่ใครๆก็ต้องการที่จะเป็นคู่ครองของ แม่ทัพ ชอง ก็เพราะ แม่ทัพชองไม่ได้เป็นเพียงแค่แม่ทัพ ผู้กุมอำนาจทั้งหมดในกองทหาร ที่มีทหารนับแสนๆนาย

หากแต่แม่ทัพ ชอง ยุนโฮ นั้นมีศักดิ์ เป็นถึง องค์รัชทายาทอันดับสอง แห่งแคว้นชินโจ เป็นพระญาติสนิทขององค์รัชทายาทอันดับหนึ่ง ซีวอน องค์ชายผู้เหลวไหลมักจะทำตัวไร้สาระไปวันๆ หากไม่มีองค์ชายยุนโฮแล้ว บ้านเมืองจะยังคงเป็นบึกแผ่นเช่นนี้อยู่อีกหรือไม่....

เรื่องนี้เป็นที่ถกเถียงอย่างมากในที่ประชุมของเหล่าขุนนางทั้งหลายหลายครั้งที่มีการเขียนฎีกา เป็นรูปเป็นร่างเตรียมจะถวายแก่พระราชาคังอิน หากแต่เนื้อในฎีกานั้นถูกองค์ชายยุนโฮเห็นก่อนทุกครั้ง จึงทำให้แผนการยกองค์รัชทายาทอันดับสองให้ครองตำแหน่งอันสูงส่งมีอันต้องพับเก็บไป

ด้วยว่าองค์ชายยุนโฮ หรือแม่ทัพชอง ผู้ห้าวหาญ ชอบที่จะอยู่แบบสันโดษมากกว่าต้องมานั่งเวียนหัวกับเรื่องในวัง จึงทำให้ต้องต่อต้านทุกอย่าง ตั้งแต่อายุ 15 ปี แล้วเดินทางไปอยู่ชายแดนเพื่อเรียนรู้การเป็นแม่ทัพอันดับหนึ่งของแคว้นอย่างเต็มกำลังและความสามารถ....

ช่างเป็นชายที่นิ่งสงบราวกับสายน้ำบนภูเขา เย็นเยือกเหมือนหิมะหน้าหนาว... ดูเป็นชายที่ไม่น่าเข้าใกล้สักนิด หากใช้สายตาของบุรุษด้วยกันมอง ทว่า... เหล่าบุตรีผู้สูงส่งทั้งหลายก็อยากจะลองเป็นคนทลายกำแพงหนาทึบที่ร่างสูงใช้กั้นตนเองจากพวกหล่อน....

....ถ้าหากโดนองค์ชายยุนโฮใช้สายตาคมราวกับเหยี่ยวของเขาจ้อง.... ด้วยนัยน์ตาหวานชื่น...บางทีข้าอาจจะสุขล้นยิ่งกว่าขึ้นสวรรค์อีก....เจ้าว่าจริงไหม...แจจุง.....แจจุง!!!

บุตรสาวของท่านอมาตย์ ที่ดั้นด้นเดินทางมารับเสด็จถึงหน้าวังหลวงเอ่ยถามกับชายหนุ่มร่างบางที่ยืนกันไม่ให้หญิงสาวคนอื่นเข้าถึงตัวนางได้ หากแต่ร่างบางนั่นไม่ได้ยินเสียงของนางเลยแม้แต่น้อย... ดวงตากลมโตได้แต่จ้องมองชายหนุ่มร่างสูง ผู้สง่าผ่าเผยบนหลังม้านิลสีดำสนิทที่กำลังจะเคลื่อนขบวนมาถึงด้วยสายตาชื่นชมยิ่ง....

แจจุง!!!

ข...ขอรับ...ขออภัย....

ที่ข้าถามน่ะได้ยินบ้างไหม!!!!

ข...ขออภัยขอรับ....

น่าโมโหที่สุด!

บุตรสาวของท่านอมาตย์ ผู้เป็นนายใช้มือผลักร่างบ่าวรับใช้ นามว่า คิม แจจุง กระเด็น ร่างกายผอมๆล้มลงบนพรมแดง พอดีกับที่ม้าสีนิลของแม่ทัพผู้นำขบวนมาถึงพอดี

ดวงตากลมโตสบกับดวงตาเรียวเล็กราวกับตาของเหยี่ยว... ไม่นานคนที่หลบสายตาก่อนคือแจจุง... ร่างบางผุดลุกขึ้นจากพรมด้วยความทุกลักทุเล จนคนบนม้าอดไม่ได้ที่จะต้องลงมาช่วยพยุง

...บาดเจ็บตรงไหนบ้างรึเปล่า?....

น้ำเสียงทุ้มต่ำที่แจจุงใฝ่ฝันว่าจะได้ยินนักหนากระซิบเบาๆที่ข้างๆหู... ลมหายใจขององค์ชายยุนโฮเป่ารดต้นคอขาวอย่างไม่ได้ตั้งใจ... ทำเอาแจจุงถึงกับหน้าแดงอย่างไม่มีสาเหตุ... ร่างบางทะลึ่งพรวด ลุกขึ้นเอง ก่อนจะสำนึกตัวได้ว่าเพิ่งทำเรื่องเสียมารยาทต่อหน้ากระพักต์

ไม่ต้องหมอบคำนั บข้าถึงขนาดนี้ก็ได้....เวลานี้ข้าก็เป็นเพียงสามัญชนเช่นเจ้า...เพียงแต่...เป็นแม่ทัพของแคว้นก็เท่านั้น....

ม....มิได้ขอรับ....กระผม....เสียมารยาท....

...แจจุง!!!

เสียงแหลมดังขึ้นจากด้านหลังของร่างบาง... นายของเขา... แจจุงหลับตาลงอย่างสำนึก... สำนึกในความต้อยกว่าเรื่องวาสนาของตนเอง...

ขออภัยองค์ชายยุนโฮอีกครั้งนะ!!....องค์ชายทรงเป็นอะไรมากรึเปล่าเพคะ?...บ่าวของหม่อมฉันทำให้พระองค์บาดเจ็บตรงไหนบ้างรึเปล่า?....

ข้า...ไม่เป็นอะไร....ข้าว่าคนที่เป็นน่ะ บ่าวของเจ้ามากกว่า....ดูสิ...เป็นแผลถลอกหมดแล้ว องค์ชายยุนโฮพยักเพยิดหน้าไปทางร่างบางที่ยังคงนั่งหมอบนิ่งด้วยความเจียมตัว

....อย่างแจจุงน่ะหรือเพคะ....ไม่เป็นไรหรอกเพคะ...บ่าวโง่ๆอย่างนี้ เจ็บตัวบ้างก็สมค.....ว๊าย!!

ไม่ทันที่ยุนโฮจะฟังที่หล่อนพูดจบ มือหนาก็คว้าคนที่นั่งหมอบนิ่งขึ้นมาบนอานม้าด้วยกัน ก่อนจะควบออกไปอย่างเร็ว โดยไม่คิดจะสนใจสายตาของใครทั้งสิ้น เป็นอันว่างานแห่ฉลองการกลับมาของทัพชินโจ ต้องล่มไม่เป็นท่าเพราะแม่ทัพผู้นำขบวน เกิดอาการเห็นใจบ่าวที่มีแผลถลอกเพียงเล็กน้อย

แจจุงหันหลังกลับไปมองขบวนทัพที่ค่อยๆแตกสลายรวมกับหญิงสาวทั้งสองฝั่งพรมแดง ก่อนจะหันกลับมาประจันหน้ากับหลังชุ่มเหงื่อขององค์ชายยุนโฮที่พาเขาขึ้นหลังม้ามาเมื่อครู่...

อ....องค์ชาย

ท่านแม่ทัพ!.... ยุนโฮพูดในลำคอทั้งๆที่ยังควบม้าด้วยความเร็ว

อ...เอ่อ...ท่านแม่ทัพขอรับ....จะ....พากระผม...ไปไหน?....

ทำแผล

ตอบเพียงเท่านั้น ม้าก็หยุดฝีเท้าลงที่หน้าห้องยาพอดิบพอดี ยุนโฮกระโดดลงจากหลังม้า โดยไม่
ลืมกระชากเจ้าเตี้ย ผอมแห้งแรงน้อย ที่หงอให้กับผู้หญิง เข้ามาด้วย...

ดวงตาคมประดุจเหยี่ยมกวาดสายตามองหมอยาในห้องยา ก่อนจะผลักคนตัวบางให้หมอยาดูอาการ

แผลถลอก.....ประคบแล้วก็พันผ้านิดเดียว...เดี๋ยวก็หาย

อี ซองมิน หมอส่วนพระองค์ของแม่ทัพชอง พูดยิ้มๆ ก่อนจะก้มลงพันแผลให้กับชายหนุ่มร่างบางหน้าตาสะสวยที่องค์ชายของเขาพามาด้วย

เสร็จและองค์ชาย....

รวดเร็วไม่เปลี่ยนเลยนะซองมิน

ถ้าไม่รวดเร็วขนาดนี้....พระองค์คิดว่าหม่อมฉันจะเข้าไปทำงานรักษาคนเจ็บของพระองค์ในกองทัพได้ไหมล่ะ

วิธีการพูดแบบไม่มีพิธีรีตองระหว่างหมอยาซองมินและแม่ทัพชอง ทำเอาคนที่นั่งฟังอยู่ถึงกับอมยิ้มน้อยๆ ถึงแม้เขาจะรู้มานานแล้วก็เถอะว่าองค์ชายยุนโฮชอบความเป็นกันเองมากกว่าการมานั่งใส่หน้ากากเข้าหากัน....แต่ถึงอย่างนั้นก็อดไม่ได้....

ยิ้มอะไร!....ใครสั่งให้เจ้ายิ้ม! น้ำเสียงทุ้มต่ำตวาด ทำเอาคนที่ยิ้มแป้นถึงกับต้องหุบยิ้มลงทันที

....

เจ้าชื่ออะไร?

....คิ...คิม แจจ...จุง พะย่ะค่ะ

เสียงดังๆสิ...พูดให้เสียงดังฟังชัด เป็นลูกผู้ชายรึเปล่าเจ้าน่ะ!

...กระผม...กระผมชื่อ คิม แจจุง เป็นบ่าวรับใช้ของคุณหนูอึนเฮ บุตรคนสุดท้องในอมาตย์ซอลกิลขอรับ! แจจุงร่ายยาวก่อนจะใช้มือตะบบหัวใจตัวเองแล้วหอบแฮ่กเสียงดัง.... ภาพตรงหน้าทำเอาใบหน้าเคร่งขรึมของยุนโฮ กลายเป็นยิ้มน้อยๆได้... มือหนาเอื้อมมาขยี้เบาๆที่ศีรษะเล็ก

....อื้ม...แบบนี้สิค่อยสมเป็นชายหน่อย

....ข...ขอรับ

ถ้าไม่มีอะไรแล้ว...เจ้าก็กลับไปเถอะ...

ขอ....รั...บ

ดูแลตัวเองดีๆด้วยล่ะ.... ยังไงเจ้าก็เป็นผู้ชาย ให้ผู้หญิงมาข่มเหงรังแกแบบนั้นไม่ควร....

ขอรั...บ
.
.
.

แจจุงเดินออกมาจากห้องยาด้วยนัยน์ตาฝัน ตัวทั้งตัวเกือบจะลอยไปแตะกลีบปุยเมฆแล้วหากไม่ได้สติเสียก่อน...

จิตใจฟุ้งซ่านของตนเองพาลจะนึกไปถึงองค์ชายยุนโฮทุกครั้ง... ทั้งที่รู้ว่าไม่สมควร... องค์ชายยุนโฮเป็นชาย... เป็นบุรุษเช่นเดียวกับเขา... หากแต่... เขาก็ยังตัดใจไม่ได้... จำได้ว่าตั้งแต่รู้จักองค์ชายยุนโฮมา... เขาชื่นชมคนๆนี้มาก... และครั้งนี้ได้ใกล้ชิด....

แจจุงพยายามบอกตนเองว่า นี่คือความชื่นชม... ต่อแม่ทัพผู้ห้าวหาญ แม่ทัพชอง...

ใช่... มันเป็นแค่ความชื่นชอบ...
เขาก็แค่อยากเป็นอย่างองค์ชายยุนโฮเท่านั้น....

แต่ทำอย่างไรล่ะ...วาสนามันไมให้
ไม่รู้ชาติก่อนทำกรรมอะไรไว้นักหนา ถึงต้องมาคอยรับใช้ให้ชาวบ้านโขกสับอยู่ได้ทุกวัน


แจจุงลกนิ้วไปตามแนวกำแพงเกือบชั้นนอกของวังหลวงอย่างใช้ความคิด... และจะคิดได้อยู่แล้วเชียว หากไม่มีเสียงทุ้มของใครบางคนตะโกนดังขึ้นมาเสียก่อน

อ๊าววววว แจจุง!!! ไปมาอิท่าไหนถึงได้มาอยู่แถวนี้ล่ะเนี่ย

....พี่ฮัน!!!

แจจุงโผเข้ากอดฮันเกิง ผู้เป็นพี่ชายต่างพ่อทันที ฮันเกิงก็กอดตอบแม้จะไม่รู้ความรู้สึกของน้องชายเลยแม้สักนิด

เอ้อใช่แจ..... ฮันเกิงผละออกจากอ้อมแขนของน้องชายร่างบาง ก่อนจะล้วงกระดาษในแขนเสื้อออกมา

??????

ใบรับสมัครพ่อครัวน่ะ

เอ๋?....

แจจะได้มาอยู่กับพี่ไง...ไม่ต้องไปทนอยู่ในบ้านยู....ให้อึดอัด....พี่รู้ว่า คุณหนูอึนเฮชอบแกล้งนายอย่างกับอะไรดี

แต่ผมยังไม่ถึง 20.....

น่า....สมัครไปเหอะ....ไหนว่าชื่นชมองค์ชายยุนโฮไง?....นี่เป็นโอกาสดีแล้วนะที่จะได้ใกล้ชิดกับองค์ชายน่ะ....

แจจุงมองหน้าพี่ชายกับกระดาษในมือไปมาด้วยความลังเล...
....องค์ชายยุนโฮ....

.
TBC

- -
อย่ามองซานแบบนั้น....
เรื่องนี้ไม่ใช่ของซานคนเดียว -.-
เป็นฟิคร่วมสร้างที่มีไอ้ซานเขียนอยู่คนดียว เหอๆ
ยังไงก็ฝากฟิคนี้ไว้ใรอ้อมใจด้วยครับ

ปล.เมือ่ยมือ

พอดีชอบเพลงนี้มานานและ เลยเอามาลงด้วยแหล่ะ 55+

เดือนตุลา เหนว่าจามี K-pop fes#2 หรอครับ?

ใครรู้เกี่ยวกะงานนี้บ้างเนี่ย???=[]="

บอกไอ่ซานที!!

Ps. มีน้องร้องขอ ให้รวมเล่ม ปั๋วข้าฯ...(คุณยายอีกคน) โอ่ว- "- ไอ่ซานควรจะรับพิจารณาดีไหมครับ?พี่น้อง~



โลซาน
View full profile