เอาเพลงมาลง ฟิคมาฝาก หุหุ
Part 1เสียงเซ็งแซ่ดังขึ้นจากทั่วทุกสารทิศ ใจความเดียวจากชาวเมืองที่พร้อมใจกันตะโกนสรรเสริญเหล่านักรบผู้นำชัยชนะมาแก่แคว้น สร้างทั้งรอยยิ้มและน้ำตาให้แก่ผู้กล้าทั้งหลายที่ก้าวช้าๆอยู่บนพรมแดง บ้างก็โบกมือ บ้างก็นิ่งเฉย บ้างก็ร้องไห้ บ้างก็ตีหน้าเข็ม....
โดยเฉพาะท่านแม่ทัพของแหล่งกองทหารนับแสนนาย ที่ควบม้าสีนิลคู่ใจช้าๆไปบนพรมแดงด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ไม่มีรอยยิ้มใดๆปรากฏบนหน้าชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย
ใบหน้าเรียวคมเข้มรูปไข่หากแต่อ่อนวัยบ่งบอกอายุได้ดีว่าไม่มีทางถึงหลักสามแน่นอน คิ้วหนาที่ขมวดเป็นปมอยู่ตลอดเวลาทำให้ใบหน้าอ่อนเยาว์ดูน่าเกรงขามขึ้นเยอะ ริมฝีปากรูปกระจับที่ไม่คิดจะเอ่ยคำใดออกมาหากไม่จำเป็นจะพูด สุดท้าย จมูกโด่งเป็นสัน ทำให้รูปหน้าทั้งหมดของแม่ทัพ ชอง ยุนโฮ คนนี้ เป็นที่หมายปองของหญิงสาวสูงศักดิ์ทั้งหมดแทบจะทั้งแคว้น
ดวงตาคมปรายมองหญิงสาวสูงศักดิ์ทั้งหลายที่แต่งกายด้วยผ้าทอราคาแพง ยืนเบียดกันแทบจะทะลักออกมานอกพรม ด้วยความละอา ก่อนจะก้มลงกระซิบที่ข้างๆหูขององครักษ์คนสนิทอย่างเบา ทันใดนั้นเอง องครักษ์หนุ่มก็ก้าวไปหาหญิงสาวพวกนั้นอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งเอ่ยบางอย่างที่พวกนางได้ฟังแล้วถึงกับหน้าซีด พร้อมใจกันหลีกทางให้แก่ท่านแม่ทัพได้ควบม้าคู่ใจไปบนพรมแดงอย่างสะดวก
ขบวนเคลื่อนห่างออกไปเรื่อยๆ ขณะที่เสียงซุบซิบเกี่ยวกับแม่ทัพแห่งแคว้นยิ่งทวีความดังขึ้น เหล่าบุตรีของขุนนางสูงศักดิ์ทั้งหลายก็อดที่จะออกอาการชื่นชมชายหนุ่มเป็นไม่ได้... แน่ล่ะ ที่ใครๆก็ต้องการที่จะเป็นคู่ครองของ แม่ทัพ ชอง ก็เพราะ แม่ทัพชองไม่ได้เป็นเพียงแค่แม่ทัพ ผู้กุมอำนาจทั้งหมดในกองทหาร ที่มีทหารนับแสนๆนาย
หากแต่แม่ทัพ ชอง ยุนโฮ นั้นมีศักดิ์ เป็นถึง องค์รัชทายาทอันดับสอง แห่งแคว้นชินโจ เป็นพระญาติสนิทขององค์รัชทายาทอันดับหนึ่ง ซีวอน องค์ชายผู้เหลวไหลมักจะทำตัวไร้สาระไปวันๆ หากไม่มีองค์ชายยุนโฮแล้ว บ้านเมืองจะยังคงเป็นบึกแผ่นเช่นนี้อยู่อีกหรือไม่....
เรื่องนี้เป็นที่ถกเถียงอย่างมากในที่ประชุมของเหล่าขุนนางทั้งหลายหลายครั้งที่มีการเขียนฎีกา เป็นรูปเป็นร่างเตรียมจะถวายแก่พระราชาคังอิน หากแต่เนื้อในฎีกานั้นถูกองค์ชายยุนโฮเห็นก่อนทุกครั้ง จึงทำให้แผนการยกองค์รัชทายาทอันดับสองให้ครองตำแหน่งอันสูงส่งมีอันต้องพับเก็บไป
ด้วยว่าองค์ชายยุนโฮ หรือแม่ทัพชอง ผู้ห้าวหาญ ชอบที่จะอยู่แบบสันโดษมากกว่าต้องมานั่งเวียนหัวกับเรื่องในวัง จึงทำให้ต้องต่อต้านทุกอย่าง ตั้งแต่อายุ 15 ปี แล้วเดินทางไปอยู่ชายแดนเพื่อเรียนรู้การเป็นแม่ทัพอันดับหนึ่งของแคว้นอย่างเต็มกำลังและความสามารถ....
ช่างเป็นชายที่นิ่งสงบราวกับสายน้ำบนภูเขา เย็นเยือกเหมือนหิมะหน้าหนาว... ดูเป็นชายที่ไม่น่าเข้าใกล้สักนิด หากใช้สายตาของบุรุษด้วยกันมอง ทว่า... เหล่าบุตรีผู้สูงส่งทั้งหลายก็อยากจะลองเป็นคนทลายกำแพงหนาทึบที่ร่างสูงใช้กั้นตนเองจากพวกหล่อน....
....ถ้าหากโดนองค์ชายยุนโฮใช้สายตาคมราวกับเหยี่ยวของเขาจ้อง.... ด้วยนัยน์ตาหวานชื่น...บางทีข้าอาจจะสุขล้นยิ่งกว่าขึ้นสวรรค์อีก....เจ้าว่าจริงไหม...แจจุง.....แจจุง!!!
บุตรสาวของท่านอมาตย์ ที่ดั้นด้นเดินทางมารับเสด็จถึงหน้าวังหลวงเอ่ยถามกับชายหนุ่มร่างบางที่ยืนกันไม่ให้หญิงสาวคนอื่นเข้าถึงตัวนางได้ หากแต่ร่างบางนั่นไม่ได้ยินเสียงของนางเลยแม้แต่น้อย... ดวงตากลมโตได้แต่จ้องมองชายหนุ่มร่างสูง ผู้สง่าผ่าเผยบนหลังม้านิลสีดำสนิทที่กำลังจะเคลื่อนขบวนมาถึงด้วยสายตาชื่นชมยิ่ง....
แจจุง!!!
ข...ขอรับ...ขออภัย....
ที่ข้าถามน่ะได้ยินบ้างไหม!!!!
ข...ขออภัยขอรับ....
น่าโมโหที่สุด!
บุตรสาวของท่านอมาตย์ ผู้เป็นนายใช้มือผลักร่างบ่าวรับใช้ นามว่า คิม แจจุง กระเด็น ร่างกายผอมๆล้มลงบนพรมแดง พอดีกับที่ม้าสีนิลของแม่ทัพผู้นำขบวนมาถึงพอดี
ดวงตากลมโตสบกับดวงตาเรียวเล็กราวกับตาของเหยี่ยว... ไม่นานคนที่หลบสายตาก่อนคือแจจุง... ร่างบางผุดลุกขึ้นจากพรมด้วยความทุกลักทุเล จนคนบนม้าอดไม่ได้ที่จะต้องลงมาช่วยพยุง
...บาดเจ็บตรงไหนบ้างรึเปล่า?....
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่แจจุงใฝ่ฝันว่าจะได้ยินนักหนากระซิบเบาๆที่ข้างๆหู... ลมหายใจขององค์ชายยุนโฮเป่ารดต้นคอขาวอย่างไม่ได้ตั้งใจ... ทำเอาแจจุงถึงกับหน้าแดงอย่างไม่มีสาเหตุ... ร่างบางทะลึ่งพรวด ลุกขึ้นเอง ก่อนจะสำนึกตัวได้ว่าเพิ่งทำเรื่องเสียมารยาทต่อหน้ากระพักต์
ไม่ต้องหมอบคำนั บข้าถึงขนาดนี้ก็ได้....เวลานี้ข้าก็เป็นเพียงสามัญชนเช่นเจ้า...เพียงแต่...เป็นแม่ทัพของแคว้นก็เท่านั้น....
ม....มิได้ขอรับ....กระผม....เสียมารยาท....
...แจจุง!!!
เสียงแหลมดังขึ้นจากด้านหลังของร่างบาง... นายของเขา... แจจุงหลับตาลงอย่างสำนึก... สำนึกในความต้อยกว่าเรื่องวาสนาของตนเอง...
ขออภัยองค์ชายยุนโฮอีกครั้งนะ!!....องค์ชายทรงเป็นอะไรมากรึเปล่าเพคะ?...บ่าวของหม่อมฉันทำให้พระองค์บาดเจ็บตรงไหนบ้างรึเปล่า?....
ข้า...ไม่เป็นอะไร....ข้าว่าคนที่เป็นน่ะ บ่าวของเจ้ามากกว่า....ดูสิ...เป็นแผลถลอกหมดแล้ว องค์ชายยุนโฮพยักเพยิดหน้าไปทางร่างบางที่ยังคงนั่งหมอบนิ่งด้วยความเจียมตัว
....อย่างแจจุงน่ะหรือเพคะ....ไม่เป็นไรหรอกเพคะ...บ่าวโง่ๆอย่างนี้ เจ็บตัวบ้างก็สมค.....ว๊าย!!
ไม่ทันที่ยุนโฮจะฟังที่หล่อนพูดจบ มือหนาก็คว้าคนที่นั่งหมอบนิ่งขึ้นมาบนอานม้าด้วยกัน ก่อนจะควบออกไปอย่างเร็ว โดยไม่คิดจะสนใจสายตาของใครทั้งสิ้น เป็นอันว่างานแห่ฉลองการกลับมาของทัพชินโจ ต้องล่มไม่เป็นท่าเพราะแม่ทัพผู้นำขบวน เกิดอาการเห็นใจบ่าวที่มีแผลถลอกเพียงเล็กน้อย
แจจุงหันหลังกลับไปมองขบวนทัพที่ค่อยๆแตกสลายรวมกับหญิงสาวทั้งสองฝั่งพรมแดง ก่อนจะหันกลับมาประจันหน้ากับหลังชุ่มเหงื่อขององค์ชายยุนโฮที่พาเขาขึ้นหลังม้ามาเมื่อครู่...
อ....องค์ชาย
ท่านแม่ทัพ!.... ยุนโฮพูดในลำคอทั้งๆที่ยังควบม้าด้วยความเร็ว
อ...เอ่อ...ท่านแม่ทัพขอรับ....จะ....พากระผม...ไปไหน?....
ทำแผล
ตอบเพียงเท่านั้น ม้าก็หยุดฝีเท้าลงที่หน้าห้องยาพอดิบพอดี ยุนโฮกระโดดลงจากหลังม้า โดยไม่
ลืมกระชากเจ้าเตี้ย ผอมแห้งแรงน้อย ที่หงอให้กับผู้หญิง เข้ามาด้วย...
ดวงตาคมประดุจเหยี่ยมกวาดสายตามองหมอยาในห้องยา ก่อนจะผลักคนตัวบางให้หมอยาดูอาการ
แผลถลอก.....ประคบแล้วก็พันผ้านิดเดียว...เดี๋ยวก็หาย
อี ซองมิน หมอส่วนพระองค์ของแม่ทัพชอง พูดยิ้มๆ ก่อนจะก้มลงพันแผลให้กับชายหนุ่มร่างบางหน้าตาสะสวยที่องค์ชายของเขาพามาด้วย
เสร็จและองค์ชาย....
รวดเร็วไม่เปลี่ยนเลยนะซองมิน
ถ้าไม่รวดเร็วขนาดนี้....พระองค์คิดว่าหม่อมฉันจะเข้าไปทำงานรักษาคนเจ็บของพระองค์ในกองทัพได้ไหมล่ะ
วิธีการพูดแบบไม่มีพิธีรีตองระหว่างหมอยาซองมินและแม่ทัพชอง ทำเอาคนที่นั่งฟังอยู่ถึงกับอมยิ้มน้อยๆ ถึงแม้เขาจะรู้มานานแล้วก็เถอะว่าองค์ชายยุนโฮชอบความเป็นกันเองมากกว่าการมานั่งใส่หน้ากากเข้าหากัน....แต่ถึงอย่างนั้นก็อดไม่ได้....
ยิ้มอะไร!....ใครสั่งให้เจ้ายิ้ม! น้ำเสียงทุ้มต่ำตวาด ทำเอาคนที่ยิ้มแป้นถึงกับต้องหุบยิ้มลงทันที
....
เจ้าชื่ออะไร?
....คิ...คิม แจจ...จุง พะย่ะค่ะ
เสียงดังๆสิ...พูดให้เสียงดังฟังชัด เป็นลูกผู้ชายรึเปล่าเจ้าน่ะ!
...กระผม...กระผมชื่อ คิม แจจุง เป็นบ่าวรับใช้ของคุณหนูอึนเฮ บุตรคนสุดท้องในอมาตย์ซอลกิลขอรับ! แจจุงร่ายยาวก่อนจะใช้มือตะบบหัวใจตัวเองแล้วหอบแฮ่กเสียงดัง.... ภาพตรงหน้าทำเอาใบหน้าเคร่งขรึมของยุนโฮ กลายเป็นยิ้มน้อยๆได้... มือหนาเอื้อมมาขยี้เบาๆที่ศีรษะเล็ก
....อื้ม...แบบนี้สิค่อยสมเป็นชายหน่อย
....ข...ขอรับ
ถ้าไม่มีอะไรแล้ว...เจ้าก็กลับไปเถอะ...
ขอ....รั...บ
ดูแลตัวเองดีๆด้วยล่ะ.... ยังไงเจ้าก็เป็นผู้ชาย ให้ผู้หญิงมาข่มเหงรังแกแบบนั้นไม่ควร....
ขอรั...บ
.
.
.
แจจุงเดินออกมาจากห้องยาด้วยนัยน์ตาฝัน ตัวทั้งตัวเกือบจะลอยไปแตะกลีบปุยเมฆแล้วหากไม่ได้สติเสียก่อน...
จิตใจฟุ้งซ่านของตนเองพาลจะนึกไปถึงองค์ชายยุนโฮทุกครั้ง... ทั้งที่รู้ว่าไม่สมควร... องค์ชายยุนโฮเป็นชาย... เป็นบุรุษเช่นเดียวกับเขา... หากแต่... เขาก็ยังตัดใจไม่ได้... จำได้ว่าตั้งแต่รู้จักองค์ชายยุนโฮมา... เขาชื่นชมคนๆนี้มาก... และครั้งนี้ได้ใกล้ชิด....
แจจุงพยายามบอกตนเองว่า นี่คือความชื่นชม... ต่อแม่ทัพผู้ห้าวหาญ แม่ทัพชอง...
ใช่... มันเป็นแค่ความชื่นชอบ...
เขาก็แค่อยากเป็นอย่างองค์ชายยุนโฮเท่านั้น....
แต่ทำอย่างไรล่ะ...วาสนามันไมให้
ไม่รู้ชาติก่อนทำกรรมอะไรไว้นักหนา ถึงต้องมาคอยรับใช้ให้ชาวบ้านโขกสับอยู่ได้ทุกวัน
แจจุงลกนิ้วไปตามแนวกำแพงเกือบชั้นนอกของวังหลวงอย่างใช้ความคิด... และจะคิดได้อยู่แล้วเชียว หากไม่มีเสียงทุ้มของใครบางคนตะโกนดังขึ้นมาเสียก่อน
อ๊าววววว แจจุง!!! ไปมาอิท่าไหนถึงได้มาอยู่แถวนี้ล่ะเนี่ย
....พี่ฮัน!!!
แจจุงโผเข้ากอดฮันเกิง ผู้เป็นพี่ชายต่างพ่อทันที ฮันเกิงก็กอดตอบแม้จะไม่รู้ความรู้สึกของน้องชายเลยแม้สักนิด
เอ้อใช่แจ..... ฮันเกิงผละออกจากอ้อมแขนของน้องชายร่างบาง ก่อนจะล้วงกระดาษในแขนเสื้อออกมา
??????
ใบรับสมัครพ่อครัวน่ะ
เอ๋?....
แจจะได้มาอยู่กับพี่ไง...ไม่ต้องไปทนอยู่ในบ้านยู....ให้อึดอัด....พี่รู้ว่า คุณหนูอึนเฮชอบแกล้งนายอย่างกับอะไรดี
แต่ผมยังไม่ถึง 20.....
น่า....สมัครไปเหอะ....ไหนว่าชื่นชมองค์ชายยุนโฮไง?....นี่เป็นโอกาสดีแล้วนะที่จะได้ใกล้ชิดกับองค์ชายน่ะ....
แจจุงมองหน้าพี่ชายกับกระดาษในมือไปมาด้วยความลังเล...
....องค์ชายยุนโฮ....
.
TBC
- -
อย่ามองซานแบบนั้น....
เรื่องนี้ไม่ใช่ของซานคนเดียว -.-
เป็นฟิคร่วมสร้างที่มีไอ้ซานเขียนอยู่คนดียว เหอๆ
ยังไงก็ฝากฟิคนี้ไว้ใรอ้อมใจด้วยครับ
ปล.เมือ่ยมือ
พอดีชอบเพลงนี้มานานและ เลยเอามาลงด้วยแหล่ะ 55+
เดือนตุลา เหนว่าจามี K-pop fes#2 หรอครับ?
ใครรู้เกี่ยวกะงานนี้บ้างเนี่ย???=[]="
บอกไอ่ซานที!!
Ps. มีน้องร้องขอ ให้รวมเล่ม ปั๋วข้าฯ...(คุณยายอีกคน) โอ่ว- "- ไอ่ซานควรจะรับพิจารณาดีไหมครับ?พี่น้อง~
