- -" ไม่เข้าใจตัวเอง เหอ ๆๆ เดี๋ยวก็บ้า คึกจัดลุกขึ้นมาเขียนฟิคต๊อง
เดี๋ยวก็บ๊อง อารมณ์คนเศร้า ลุกขึ้นมาเขียนฟิคบีบหัวใจ= ="
บ้าแน่ๆเลย T T ต้องบ้าไปแล้วไอ้ซาน.....
วันนี้มาพล่ามนิดๆหน่อยๆ>< แล้วก็เอาฟิคในสต็อกมาลงซะ= ="
อย่าเพิ่งทำหน้าแบบนั้นสิT T ก็ฟิคในสต็อกมันเย๊อะ~ แต่เขียนที่จบๆเลยก็มีไม่กี่เรื่อง
เหอๆ -"- บ้าจัง~~
ปล. ทุกคนคิดเหมือนซานใช่ไหม = =" ว่าธีมบล็อคมันไม่ได้เข้ากับฟิคเลยเนี่ยT T
...Insane...
หากต้องทนเจ็บปวด
ต้องทนรับสภาพน่าสมเพชนั้น....
ก็ขอเสียสติราวกับเป็นคนบ้า....
ให้ความทรงจำนั้นค่อยๆจางหายไป....
...ให้ภาพเธอที่กำลังเดินห่างออกไป จางไปราวกับหมอกบาง....
ต้องทนรับสภาพน่าสมเพชนั้น....
ก็ขอเสียสติราวกับเป็นคนบ้า....
ให้ความทรงจำนั้นค่อยๆจางหายไป....
...ให้ภาพเธอที่กำลังเดินห่างออกไป จางไปราวกับหมอกบาง....
Part1
รักเขาใช่ไหม?
ถ้ารักเขา....ก็ไปหาเขาเถอะ......
ยังไง.....ฉันก็เป็นของตายของนายอยู่แล้ว.......
ยังไง....ฉันก็จะยังอยู่ตรงนี้.....
จะรออยู่ตรงนี้นะ.....ถ้าหากเขาไม่รักนายแล้ว.....
ยังมีฉันอยู่ตรงนี้นะ.......
ริมฝีปากบางสีชมพู.... กำลังกล่าวประโยคที่เหมือนจะบอกลา รัวๆ.... หากมองไกลๆ อาจจะคิดว่ากำลังสารภาพรักอยู่ก็เป็นได้....
ก็เป็นเพราะใบหน้ายิ้มแย้มนี่ล่ะ.....
ร่างสูงตรงหน้าไม่พูดอะไรต่อ... ทำได้เพียงเดินจากไป... หลังจากนั้นไม่ถึง 5 นาทีพ้นไป....
ร่างบางเจ้าของใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสเมื่อครู่กลับทรุดลงอย่างหมดแรง....
มือเพรียวยึดกำแพงลื่นๆด้านข้างไว้เป็นหลัก ไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น.... รู้เพียงแต่ตอนนี้ ตัวเขากำลังร้องไห้อย่างหนักให้คนใจร้ายที่เดินออกไปเมื่อครู่.....
เจ็บเจียนกระอัก....
เพราะฉันเป็นแค่ของตายใช่ไหม?
จอง ยุนโฮ.....
+ + + + + + + + + +
3 เดือนต่อมา.....
กรุงโซลในวันนี้ยังคงเป็นเช่นทุกวัน เวลาเช้าเป็นเวลาเร่งรีบของใครหลายๆคน รีบตื่น รีบไปทำงาน รีบกิน รีบอาบน้ำ รีบไปซะทุกอย่าง
และดังเช่นทุกวัน.... ที่รถไฟใต้ดิน มักจะแออัดไปด้วยคน ทำให้ร่างสูงที่เพิ่งจะก้าวเข้าได้ไม่กี่ก้าวก็ถูกดันให้ติดผนังกระจกของตู้นั้นอย่า
งเสียมิได้
บ้าเอ้ย!...ดันมาอยู่ได้...
เขาสบถกันตัวเองเบาๆ อย่างรู้ชะตากรรม ทั้งที่วันนี้อุตส่าห์รีบตื่น ให้เช้าก็กว่าที่เป็นปกติแต่ก็ยังไม่วายต้องมาเผชิญเรื่องงี่เง่าแบบนี้แต่เช้า.... ตลอดเวลาหลายเดือนมานี้ เขามักจะสายเพราะสาเหตุเดิมๆ ตลอดเวลา....
นั่นอาจเป็นเพราะ ใครบางคนที่เคยมีหน้าที่ปลุกเขา ได้จากไปแล้ว... เพราะความโง่เขลาที่ปล่อยคนๆนั้นไป.... โง่จริงๆ....
ทำไมเพิ่งนึกได้ว่าคนๆนั้นสำคัญต่อเขาขนาดไหน.....
พระเจ้าลงโทษรึไง.... ให้เพิ่งมาเห็นค่าสิ่งที่สำคัญที่สุดเมื่อ เสียมันไปแล้ว.....
+ + + + + + + + + +
ตี 1แล้วนะ......ทำไมยุนโฮยังไม่กลับมาอีก.......
แม้จะดึกแล้ว... แต่ก็ยังมีใครบางคนชะเง้อชะแง้ คอรอคอยคนรักอยู่อย่างใจจดใจจ่อ... แจจุงมองนาฬิกาสีชมพูตั้งโต๊ะ หลายรอบอย่างท้อใจ.... วันนี้คงจะกลับเช้าสินะ....
สองมือกอดเจ้าตุ๊กตาหมี ของขวัญอย่างแรกและอย่างเดียวที่คนรักให้แน่น ก่อนจะไล่ปิดไฟทีละดวงๆ จนทั้งบ้านมืดสนิท.... แล้วล้มตัวลงนอนที่โซฟาในห้องนั่งเล่น.....
ดวงตาของแจจุงยังคงเบิกโพลงในความมืด... เป็นห่วงใครบางคนที่ไม่กลับมาซักที... เมื่อเสียงกุกกักดังลอดผ่านหูแจจุงก็มักจะสะดุ้งตื่นลุกขึ้นดูว่าใช่ยุนโฮรึเปล่า... ทว่าคำตอบที่ได้คือ ไม่....
แจจุงบอกตัวเองให้ยิ้มเข้าไว้.... เขาไม่ควรอ่อนแอด้วยเรื่องแค่นี้.... คืนนี้ยุนโฮคงจะไปหาใครที่ไหน... และคืนนี้แจจุงคงจะต้องนอนรอยุนโฮกลับมาเช่นทุกวัน.....
และคืนนี้แจจุงจะมีเพียงเจ้าหมีตัวนี้....นอนเป็นเพื่อนอีกเช่นเคย....
+ + + + + + + + + +
คุณหมอยุนโฮคะ....ผอ.เรียกพบค่ะ......
นางพยาบาลสาวเอ่ยเบาๆ ณ หน้าโต๊ะทำงานของยุนโฮ ร่างสูงเงยหน้าขึ้นจากเอกสาร พยักหน้าให้หล่อนเบาๆ ก่อนจะคว้าเสื้อที่พาดไว้บนเก้าอี้ แล้วเดินออกไปจากห้อง....
.
.
.
.
ก๊อกๆๆ....
เชิญครับ...
เสียงในห้องบอกเป็นเชิงอนุญาตให้เข้าไปได้ ยุนโฮบิดลูกบิดประตูออก แล้วก้าวเข้าไปในห้องทำงานสีขาว ภายในไม่ได้ตกแต่งอะไรหรูหราสมกับเป็นห้องทำงานของ ผอ. โรงพยาบาลแต่อย่างใด.... คนที่นั่งเซ็นเอกสารอยู่กลางห้อง หันมายิ้มให้ก่อนจะวางปากกาลง
นั่งสิครับ.....
ท่านผอ. หรือ ปาร์ค ยูชอน ผายมือออก ยุนโฮจำใจลงนั่งอย่างเสียไม่ได้ ยูชอนใช้มือข้างหนึ่ง เท้าคาง ก่อนจะหันมาสบตากับยุนโฮ....
ผมมีงานจะให้คุณทำ......
ว่าแล้วก็ลุกขึ้น พลางฉุดให้ยุนโฮลุกขึ้นตาม
ยูชอนจะพายุนโฮไปไหนนะ?......
+ + + + + + + + + +
บ้านน้อยที่แสนคุ้นเคย..... อยู่ตรงหน้าร่างสูงทั้งสอง... ยูชอนเดินนำเข้าไปภายในบ้าน... เขาเปิดประตูรั้วเข้าไปอย่างง่ายดาย ก่อนจะเคาะประตูเรียกเจ้าของบ้าน....
ก๊อกๆๆๆ
แจจุงอยู่ไหมครับ.....
ยูชอนตะโกนเรียกเจ้าของบ้าน..... เขาไม่เห็นสีหน้าของยุนโฮตอนนี้หรอก.... ว่าเจ็บปวดแค่ไหนที่ต้องมาที่บ้านของแจจุง.....
จะว่าไปก็เป็นเวลา 3 เดือนแล้ว ที่ไม่ได้เจอแจจุง.... รายนั้นจะผอมลงไปรึปล่านะ... ก็แจจุงน่ะ ปกติก็กินน้อยอยู่แล้ว.... ถ้าไม่มีเค้าอยู่แล้วจะยิ่งผอมไปมากแค่ไหน..... แจจุงเป็นคนขี้เหงา ชอบฝืนยิ้ม.... แล้วแจจุงจะ.....
อ๊า....คุณหมอยูชอน.....สวัสดีครับ
ได้แต่คิดไปต่างๆนานา รู้สึกตัวอีกทีก็เมื่อเจ้าของบ้านเปิดระตูออกมา.... แจจุงอยู่ในเสื้อแขนยาวสีชมพูอ่อน ผิวขาวที่ขาวอยู่แล้วยิ่งขาวซีด ริมฝีปากแดงจัดเหมือนคนไม่สบาย.... ใบหน้าซูบผอมนั่นมันอะไร!.... หมายความว่าแจจุงไม่กินอะไรอีกแล้วงั้นหรือ ในมือของแจจุงมีน้องหมีที่เขาให้ ยังเก็บมันไว้อยู่อีกเรอะ?....
รู้สึกตัวอีกทีก็คิดถึงเรื่องของแจจุงอีกแล้ว
น่าใจหายที่ตลอด 3 เดือนมานี้เขาเอาแต่คิดเรื่องของแจจุง....
ใบหน้าของแจจุงมักจะผุดขึ้นมาในสมองของเขาตลอดเวลา....
ไม่ว่าจะทำอะไรอยู่ก็ตาม....
รอยยิ้มที่ฝืนให้เขาเห็นเป็นครั้งสุดท้าย ก็ยังคงติดตรึงอยู่ในใจตลอดเวลา....
เชิญเข้ามาสิครับ......ข้างนอกหนาวน้า.....
แจจุงพูดเหมือนจะติดตลก.... ทำเอายุนโฮยิ่งไม่เข้าใจในการกระทำของอีกฝ่าย แน่นอนว่าแจจุงเห็นยุนโฮแล้ว.... แต่ทำไม.... ไม่มีอาการอะไรเลย?..... ทำไมไม่ทำหน้าเศร้าหรือเดินหนี.... ในทางกลับกัน แจจุงกลับเชิญเขาเข้าบ้านนี้อย่างสนิทใจ.... ทำไมนะ!...
ยูชอนและยุนโฮ เข้ามาภายในบ้านตามคนเชิญของแจจุงผู้เป็นเจ้าของบ้าน ยุนโฮกวาดสายตามองไปรอบๆ... ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม... เหมือนที่นี่ยังมีเขาอยู่.... ทุกสิ่งทุกอย่างแม้แต่ข้าวของเครื่องใช้ของเขายังคงอยู่ครบถ้วน.... ยุนโฮลงนั่งข้างๆบนโซฟาข้างๆยูชอน
ยุนโฮเป็นยังไงบ้าง?...... ยูชอนถามแจจุงด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน....
ยุนโฮสบายดีครับ....เอ่อ....คุณคงนึ้คือ..... แจจุงชี้ไปที่ยุนโฮ....
สำหรับเวลานี้ของยุนโฮคือ งงและ งง อย่างเดียว.... งงว่า ทั้งที่เมือ่กี้แจจุงก็พูดถึงเขา.... แล้วทำไม?.... หรือแค่แกล้งจะทำไม่รู้จักเขาต่อหน้าผอ.ยูชอน?..... แต่ แจจุงไม่ใช่คนโกหกเก่ง... ไม่ใช่สิ เรียกว่าโกหกไม่เป็นเลยจะดีกว่า...
คุณจอง ยุนโฮน่ะ..... ยูชอนแนะนำยุนโฮ.... แจจุงส่งยิ้มแล้วผงกหัวให้ยุนโฮ นั่นยิ่งทำให้คนร่างสูงไม่เข้าใตคนตรงหน้ามาขึ้น....
นี่มันหมายความว่ายังไง!!!!! แจจุงแกล้งทำเป็นไม่รู้จักเขาจริงๆรึไง!!!
ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณหมอจอง...... แจจุงยื่นมือออกมาจับมือของยุนโฮแล้วเขย่าเบาๆเป็นการทักทาย
นี่มันหมายความว่าไง.....
ใครก็ได้บอกผมที....
+ + + + + + + + + +
หลังจากนั้น.... ยุนโฮไม่รับรู้อะไรอีก..... ยูชอนถามไถ่สารทุกข์สุขดิบจากแจจุงจนเสร็จสรรพ ก่อนจะบอกลากันแล้วออกมาจากบ้านแห่งความทรงจำหลังนั้น....
ผอ.ครับ......
ฉันรู้ว่านายกำลังจะถามอะไร......
ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยปากถามก็โดนคนตรงหน้าขัดคอไปซะ ยูชอนยิ้มหวานก่อนจะเข้าตบบ่าของยุนโฮ... ตอนนี้ยุนโฮกำลังสับสน.... และเขาเข้าใจว่าเพราะอะไร... ทำไมเขาจะไม่รู้ว่ายุนโอกับแจจุงเคยเป็นอะไรกัน..... ความจริงเรื่องทั้งหมดมันเป็นเพราะยุนโฮ.... เพราฉะนั้น... ยุนโฮก็ควรจะชดใช้เรื่องนี้....
นายเห็นตุ๊กตาหมีตัวนั้นไหม?.... ยูชอนตั้งคำถาม....
ยุนโฮพยักหน้ารับ.... ทำไมเขาจะไม่เห็น.... ตุ๊กตาตัวนั้นเขาเป็นคนให้แจจุงเองกับมือ.... เอาไว้เป็นเครื่องผูกมัด... ที่แจจุงจะได้รู้สึกว่ามีเขาอยู่ข้างๆตลอดเวลา... ทั้งที่ไม่ใช่.... มันเป็นเครื่องมือที่จะทำให้เขาออกห่างจากแจจุงได้ง่ายขึ้นต่างหาก....
แจจุงเห็นมันเป็นคนรักที่ชื่อยุนโฮ...... แจจุงเทคแคร์มัน เหมือนคนรักคนก่อนทุกอย่าง.... แจจุงพูดคุยกับมัน จนแจจุงเริ่มจะตัดขาดจากโรคภายนอกเมื่อครึ่งเดือนที่แล้ว.... ยูชอนเงียบไปสักพัก... หน้าที่ของนายคือ.... ทำให้แจจุงตัดขาดจากตุ๊กตาตัวนั้นให้ได้..... อย่าให้แจจุงเห็นตุ๊กตาตัวนั้นเป็นคนที่เขารัก.....
เพราะสุดท้าย คนที่เจ็บปวดที่สุดคือตัวนายเอง.....นายรู้ใช่ไหมยุนโฮ.....
ยูชอนพูดยิ้มๆ..... ก่อนขึ้นรถ สตาร์ทเครื่อง แล้วทะยานออกไป..... ยุนโฮยังคงยืนอยู่ตรงที่เดิม.... เขาตั้งใจแน่วแน่ว่าจะกลับไปที่นั่นอีกครั้ง..เพื่อไปหาแจจุง เพื่อไปดูให้แน่ใจ .....
แจจุงผ่านพ้นเรื่องราวเลวร้ายมาได้เพราะตุ๊กตาตัวนั้น....
จะแปลกอะไร...ถ้า แจจุงจะเห็นตุ๊กตาตัวนั้นเป็นคนที่เขารักมากที่สุด...
ถ้ารักเขา....ก็ไปหาเขาเถอะ......
ยังไง.....ฉันก็เป็นของตายของนายอยู่แล้ว.......
ยังไง....ฉันก็จะยังอยู่ตรงนี้.....
จะรออยู่ตรงนี้นะ.....ถ้าหากเขาไม่รักนายแล้ว.....
ยังมีฉันอยู่ตรงนี้นะ.......
ริมฝีปากบางสีชมพู.... กำลังกล่าวประโยคที่เหมือนจะบอกลา รัวๆ.... หากมองไกลๆ อาจจะคิดว่ากำลังสารภาพรักอยู่ก็เป็นได้....
ก็เป็นเพราะใบหน้ายิ้มแย้มนี่ล่ะ.....
ร่างสูงตรงหน้าไม่พูดอะไรต่อ... ทำได้เพียงเดินจากไป... หลังจากนั้นไม่ถึง 5 นาทีพ้นไป....
ร่างบางเจ้าของใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสเมื่อครู่กลับทรุดลงอย่างหมดแรง....
มือเพรียวยึดกำแพงลื่นๆด้านข้างไว้เป็นหลัก ไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น.... รู้เพียงแต่ตอนนี้ ตัวเขากำลังร้องไห้อย่างหนักให้คนใจร้ายที่เดินออกไปเมื่อครู่.....
เจ็บเจียนกระอัก....
เพราะฉันเป็นแค่ของตายใช่ไหม?
จอง ยุนโฮ.....
+ + + + + + + + + +
3 เดือนต่อมา.....
กรุงโซลในวันนี้ยังคงเป็นเช่นทุกวัน เวลาเช้าเป็นเวลาเร่งรีบของใครหลายๆคน รีบตื่น รีบไปทำงาน รีบกิน รีบอาบน้ำ รีบไปซะทุกอย่าง
และดังเช่นทุกวัน.... ที่รถไฟใต้ดิน มักจะแออัดไปด้วยคน ทำให้ร่างสูงที่เพิ่งจะก้าวเข้าได้ไม่กี่ก้าวก็ถูกดันให้ติดผนังกระจกของตู้นั้นอย่า
งเสียมิได้
บ้าเอ้ย!...ดันมาอยู่ได้...
เขาสบถกันตัวเองเบาๆ อย่างรู้ชะตากรรม ทั้งที่วันนี้อุตส่าห์รีบตื่น ให้เช้าก็กว่าที่เป็นปกติแต่ก็ยังไม่วายต้องมาเผชิญเรื่องงี่เง่าแบบนี้แต่เช้า.... ตลอดเวลาหลายเดือนมานี้ เขามักจะสายเพราะสาเหตุเดิมๆ ตลอดเวลา....
นั่นอาจเป็นเพราะ ใครบางคนที่เคยมีหน้าที่ปลุกเขา ได้จากไปแล้ว... เพราะความโง่เขลาที่ปล่อยคนๆนั้นไป.... โง่จริงๆ....
ทำไมเพิ่งนึกได้ว่าคนๆนั้นสำคัญต่อเขาขนาดไหน.....
พระเจ้าลงโทษรึไง.... ให้เพิ่งมาเห็นค่าสิ่งที่สำคัญที่สุดเมื่อ เสียมันไปแล้ว.....
+ + + + + + + + + +
ตี 1แล้วนะ......ทำไมยุนโฮยังไม่กลับมาอีก.......
แม้จะดึกแล้ว... แต่ก็ยังมีใครบางคนชะเง้อชะแง้ คอรอคอยคนรักอยู่อย่างใจจดใจจ่อ... แจจุงมองนาฬิกาสีชมพูตั้งโต๊ะ หลายรอบอย่างท้อใจ.... วันนี้คงจะกลับเช้าสินะ....
สองมือกอดเจ้าตุ๊กตาหมี ของขวัญอย่างแรกและอย่างเดียวที่คนรักให้แน่น ก่อนจะไล่ปิดไฟทีละดวงๆ จนทั้งบ้านมืดสนิท.... แล้วล้มตัวลงนอนที่โซฟาในห้องนั่งเล่น.....
ดวงตาของแจจุงยังคงเบิกโพลงในความมืด... เป็นห่วงใครบางคนที่ไม่กลับมาซักที... เมื่อเสียงกุกกักดังลอดผ่านหูแจจุงก็มักจะสะดุ้งตื่นลุกขึ้นดูว่าใช่ยุนโฮรึเปล่า... ทว่าคำตอบที่ได้คือ ไม่....
แจจุงบอกตัวเองให้ยิ้มเข้าไว้.... เขาไม่ควรอ่อนแอด้วยเรื่องแค่นี้.... คืนนี้ยุนโฮคงจะไปหาใครที่ไหน... และคืนนี้แจจุงคงจะต้องนอนรอยุนโฮกลับมาเช่นทุกวัน.....
และคืนนี้แจจุงจะมีเพียงเจ้าหมีตัวนี้....นอนเป็นเพื่อนอีกเช่นเคย....
+ + + + + + + + + +
คุณหมอยุนโฮคะ....ผอ.เรียกพบค่ะ......
นางพยาบาลสาวเอ่ยเบาๆ ณ หน้าโต๊ะทำงานของยุนโฮ ร่างสูงเงยหน้าขึ้นจากเอกสาร พยักหน้าให้หล่อนเบาๆ ก่อนจะคว้าเสื้อที่พาดไว้บนเก้าอี้ แล้วเดินออกไปจากห้อง....
.
.
.
.
ก๊อกๆๆ....
เชิญครับ...
เสียงในห้องบอกเป็นเชิงอนุญาตให้เข้าไปได้ ยุนโฮบิดลูกบิดประตูออก แล้วก้าวเข้าไปในห้องทำงานสีขาว ภายในไม่ได้ตกแต่งอะไรหรูหราสมกับเป็นห้องทำงานของ ผอ. โรงพยาบาลแต่อย่างใด.... คนที่นั่งเซ็นเอกสารอยู่กลางห้อง หันมายิ้มให้ก่อนจะวางปากกาลง
นั่งสิครับ.....
ท่านผอ. หรือ ปาร์ค ยูชอน ผายมือออก ยุนโฮจำใจลงนั่งอย่างเสียไม่ได้ ยูชอนใช้มือข้างหนึ่ง เท้าคาง ก่อนจะหันมาสบตากับยุนโฮ....
ผมมีงานจะให้คุณทำ......
ว่าแล้วก็ลุกขึ้น พลางฉุดให้ยุนโฮลุกขึ้นตาม
ยูชอนจะพายุนโฮไปไหนนะ?......
+ + + + + + + + + +
บ้านน้อยที่แสนคุ้นเคย..... อยู่ตรงหน้าร่างสูงทั้งสอง... ยูชอนเดินนำเข้าไปภายในบ้าน... เขาเปิดประตูรั้วเข้าไปอย่างง่ายดาย ก่อนจะเคาะประตูเรียกเจ้าของบ้าน....
ก๊อกๆๆๆ
แจจุงอยู่ไหมครับ.....
ยูชอนตะโกนเรียกเจ้าของบ้าน..... เขาไม่เห็นสีหน้าของยุนโฮตอนนี้หรอก.... ว่าเจ็บปวดแค่ไหนที่ต้องมาที่บ้านของแจจุง.....
จะว่าไปก็เป็นเวลา 3 เดือนแล้ว ที่ไม่ได้เจอแจจุง.... รายนั้นจะผอมลงไปรึปล่านะ... ก็แจจุงน่ะ ปกติก็กินน้อยอยู่แล้ว.... ถ้าไม่มีเค้าอยู่แล้วจะยิ่งผอมไปมากแค่ไหน..... แจจุงเป็นคนขี้เหงา ชอบฝืนยิ้ม.... แล้วแจจุงจะ.....
อ๊า....คุณหมอยูชอน.....สวัสดีครับ
ได้แต่คิดไปต่างๆนานา รู้สึกตัวอีกทีก็เมื่อเจ้าของบ้านเปิดระตูออกมา.... แจจุงอยู่ในเสื้อแขนยาวสีชมพูอ่อน ผิวขาวที่ขาวอยู่แล้วยิ่งขาวซีด ริมฝีปากแดงจัดเหมือนคนไม่สบาย.... ใบหน้าซูบผอมนั่นมันอะไร!.... หมายความว่าแจจุงไม่กินอะไรอีกแล้วงั้นหรือ ในมือของแจจุงมีน้องหมีที่เขาให้ ยังเก็บมันไว้อยู่อีกเรอะ?....
รู้สึกตัวอีกทีก็คิดถึงเรื่องของแจจุงอีกแล้ว
น่าใจหายที่ตลอด 3 เดือนมานี้เขาเอาแต่คิดเรื่องของแจจุง....
ใบหน้าของแจจุงมักจะผุดขึ้นมาในสมองของเขาตลอดเวลา....
ไม่ว่าจะทำอะไรอยู่ก็ตาม....
รอยยิ้มที่ฝืนให้เขาเห็นเป็นครั้งสุดท้าย ก็ยังคงติดตรึงอยู่ในใจตลอดเวลา....
เชิญเข้ามาสิครับ......ข้างนอกหนาวน้า.....
แจจุงพูดเหมือนจะติดตลก.... ทำเอายุนโฮยิ่งไม่เข้าใจในการกระทำของอีกฝ่าย แน่นอนว่าแจจุงเห็นยุนโฮแล้ว.... แต่ทำไม.... ไม่มีอาการอะไรเลย?..... ทำไมไม่ทำหน้าเศร้าหรือเดินหนี.... ในทางกลับกัน แจจุงกลับเชิญเขาเข้าบ้านนี้อย่างสนิทใจ.... ทำไมนะ!...
ยูชอนและยุนโฮ เข้ามาภายในบ้านตามคนเชิญของแจจุงผู้เป็นเจ้าของบ้าน ยุนโฮกวาดสายตามองไปรอบๆ... ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม... เหมือนที่นี่ยังมีเขาอยู่.... ทุกสิ่งทุกอย่างแม้แต่ข้าวของเครื่องใช้ของเขายังคงอยู่ครบถ้วน.... ยุนโฮลงนั่งข้างๆบนโซฟาข้างๆยูชอน
ยุนโฮเป็นยังไงบ้าง?...... ยูชอนถามแจจุงด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน....
ยุนโฮสบายดีครับ....เอ่อ....คุณคงนึ้คือ..... แจจุงชี้ไปที่ยุนโฮ....
สำหรับเวลานี้ของยุนโฮคือ งงและ งง อย่างเดียว.... งงว่า ทั้งที่เมือ่กี้แจจุงก็พูดถึงเขา.... แล้วทำไม?.... หรือแค่แกล้งจะทำไม่รู้จักเขาต่อหน้าผอ.ยูชอน?..... แต่ แจจุงไม่ใช่คนโกหกเก่ง... ไม่ใช่สิ เรียกว่าโกหกไม่เป็นเลยจะดีกว่า...
คุณจอง ยุนโฮน่ะ..... ยูชอนแนะนำยุนโฮ.... แจจุงส่งยิ้มแล้วผงกหัวให้ยุนโฮ นั่นยิ่งทำให้คนร่างสูงไม่เข้าใตคนตรงหน้ามาขึ้น....
นี่มันหมายความว่ายังไง!!!!! แจจุงแกล้งทำเป็นไม่รู้จักเขาจริงๆรึไง!!!
ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณหมอจอง...... แจจุงยื่นมือออกมาจับมือของยุนโฮแล้วเขย่าเบาๆเป็นการทักทาย
นี่มันหมายความว่าไง.....
ใครก็ได้บอกผมที....
+ + + + + + + + + +
หลังจากนั้น.... ยุนโฮไม่รับรู้อะไรอีก..... ยูชอนถามไถ่สารทุกข์สุขดิบจากแจจุงจนเสร็จสรรพ ก่อนจะบอกลากันแล้วออกมาจากบ้านแห่งความทรงจำหลังนั้น....
ผอ.ครับ......
ฉันรู้ว่านายกำลังจะถามอะไร......
ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยปากถามก็โดนคนตรงหน้าขัดคอไปซะ ยูชอนยิ้มหวานก่อนจะเข้าตบบ่าของยุนโฮ... ตอนนี้ยุนโฮกำลังสับสน.... และเขาเข้าใจว่าเพราะอะไร... ทำไมเขาจะไม่รู้ว่ายุนโอกับแจจุงเคยเป็นอะไรกัน..... ความจริงเรื่องทั้งหมดมันเป็นเพราะยุนโฮ.... เพราฉะนั้น... ยุนโฮก็ควรจะชดใช้เรื่องนี้....
นายเห็นตุ๊กตาหมีตัวนั้นไหม?.... ยูชอนตั้งคำถาม....
ยุนโฮพยักหน้ารับ.... ทำไมเขาจะไม่เห็น.... ตุ๊กตาตัวนั้นเขาเป็นคนให้แจจุงเองกับมือ.... เอาไว้เป็นเครื่องผูกมัด... ที่แจจุงจะได้รู้สึกว่ามีเขาอยู่ข้างๆตลอดเวลา... ทั้งที่ไม่ใช่.... มันเป็นเครื่องมือที่จะทำให้เขาออกห่างจากแจจุงได้ง่ายขึ้นต่างหาก....
แจจุงเห็นมันเป็นคนรักที่ชื่อยุนโฮ...... แจจุงเทคแคร์มัน เหมือนคนรักคนก่อนทุกอย่าง.... แจจุงพูดคุยกับมัน จนแจจุงเริ่มจะตัดขาดจากโรคภายนอกเมื่อครึ่งเดือนที่แล้ว.... ยูชอนเงียบไปสักพัก... หน้าที่ของนายคือ.... ทำให้แจจุงตัดขาดจากตุ๊กตาตัวนั้นให้ได้..... อย่าให้แจจุงเห็นตุ๊กตาตัวนั้นเป็นคนที่เขารัก.....
เพราะสุดท้าย คนที่เจ็บปวดที่สุดคือตัวนายเอง.....นายรู้ใช่ไหมยุนโฮ.....
ยูชอนพูดยิ้มๆ..... ก่อนขึ้นรถ สตาร์ทเครื่อง แล้วทะยานออกไป..... ยุนโฮยังคงยืนอยู่ตรงที่เดิม.... เขาตั้งใจแน่วแน่ว่าจะกลับไปที่นั่นอีกครั้ง..เพื่อไปหาแจจุง เพื่อไปดูให้แน่ใจ .....
แจจุงผ่านพ้นเรื่องราวเลวร้ายมาได้เพราะตุ๊กตาตัวนั้น....
จะแปลกอะไร...ถ้า แจจุงจะเห็นตุ๊กตาตัวนั้นเป็นคนที่เขารักมากที่สุด...
Part2
ด้วยสองขาและดวงใจอันมั่นคงของยุนโฮ พาให้เขากกลับมายังที่แห่งนี้อีกครั้ง... ร่างสูงใหญ่ยืนนิ่งอยู่หน้ารั้วบ้านสีขาวที่มีเถาวัลย์เลื้อยพันเกี่ยวรกรุ่งรัง ในใจนึกอยากจะกดกริ่ง...
ทว่า อีกใจหนึ่งมันไม่กล้าพอ....
ไม่กล้าแม้แต่จะสู้หน้าด้วยซ้ำ.....
แต่ดูเหมือนฟ้าคงอยากจะกลั่นแกล้งเขาเสียเหลือเกิน.... ในเมื่อร่างบางที่เขานึกหวั่นในใจนั้น กระแทกประตูเสียงดังโครมครามออกมา ก่อนที่ตาหวานจะเหลือบไปเห็นเขาที่ยืนอยู่นอกบ้าน คิม แจจุง วางถุงดำใบใหญ่ที่เหมือนจะใส่อะไรไว้มากมาย ลงกับพื้นทันทีที่แน่ใจ....
ว่าร่างสูงด้านนอกรั้วนั่นคือคุณหมอเพื่อนของ คุณหมอ ยูชอนเมื่อกี้นี้....
คุณหมอจอง?!
แจจุงวิ่งกระวีกระวาด ไปเปิดบ้านให้ทันที ร่างบางยิ้มหวานก่อนจะเชิญให้เข้าบ้าน เหตุเพราะ อากาศด้านนอกนั้นมันหนาวนัก....
ทั้งสองเข้ามาจนถึงตัวบ้าน.... ยุนโฮบรรจงรองเท้าแล้ววางไว้ที่ชั้นเหมือนก่อน... แจจุงที่หันมากำลังจะเอ่ยบอก กฎของบ้าน นั้น ก็ได้แต่ยิ้มแหย
ผมกำลังจะบอกพอดีเลย....ว่าให้คุณหมอจองถอดรองเท้า.......
อ่อ....พอดียูชอนบอกไว้น่ะครับ....ยุนโฮเอ่ย แจจุงพยักหน้าเข้าใจ
งั้น....คุณหมอจองไปนั่งรอที่โซฟาดีกว่า.....เดี๋ยวผมจะไปหาอะไรอุ่นๆให้ดื่มนะครับ
แจจุงว่า ก่อนจะเดินเข้าไปในครัว... ยุนโฮก้าวเข้าไปหาโซฟาที่แสนคุ้นเคย... ก่อนจะทรุดลงนั่งอย่างเหนื่อยอ่อน ดวงตาคมกวาดสายตาไปรอบๆบ้าน ก่อนจะสะดุดกับบางอย่าง....
ตุ๊กตาหมีเท็ดดีแบร์สีน้ำตาล ถูกวางอยู่บนโซฟาข้างๆอย่างจงใจ.... ดวงตาดำสนิทของมันราวกับจะตัดพ้อต่อว่าเขา.... ยุนโฮเอื้อมมือไปคว้าเจ้าตุ๊กตาหมีตัวใหญ่มาพิจารณา....
ว่าไงแก.....ได้เป็นยุนโฮสองแล้วนี่.....
......
ทั้งที่รู้ว่าเจ้าตุ๊กตาหมีที่อยู่บนตักตัวเองนั่นจะไม่สามารถลุกขึ้นมาโต้ตอบได้ แต่เขาก็ยังยิงคำถามใส่.... ยุนโฮหัวเราะหึหึ กับตัวเอง....
แจจุงเขาคงดูแลแกดีสินะ....อ้วนท้วนสมบูรณ์ขนาดนี้น่ะ....
....
พูดด้วยแล้วทำหยิ่งหรอ.....ไม่คิดจะตอบฉันซักคนเลยรึไง?...แกกล้าดียังไงวะเนี่ย!!!
ประโยคท้ายๆดูเหมือนจะเป็นการตะโกน ขณะเดียวกับที่แจจุงเดินกลับมาพร้อมกาแฟคาราเมลสามแก้วพอดี ร่างบางวางถ้วยกาแฟลงกับโต๊ะกาแฟเล็กๆตรงหน้า... จนแจจุงเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของยุนโฮแล้ว ยุนโฮก็ยังไม่รู้สึกตัวสักทีว่ามีใครมายืนจ้องหน้าเขาอยู่นานแล้ว....
ด้วยความที่ไม่รู้นั้น... คุณหมอจองกับตุ๊กตาหมียุนโฮก็ยังนั่งคุยกันต่อไป....
แกก็พูดกับฉันหน่อยจะเป็นอะไรไป....อย่าเงียบสิว้อยยุนโฮ.....คุณหมอจอง ยุนโฮ พูดกับตุ๊กตาหมียุนโฮอย่างอ่อนใจ.....
เขาก็เป็นแบบนี้ล่ะครับ......
เสียงของผู้มาใหม่ ดังขึ้น ทำเอายุนโฮแทบตกจากโซฟา.... ร่างสูงหันควับขึ้นไปมองแจจุงที่ยืนอยู่ตรงหน้า.... ร่างบางยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างๆบ้าง....
ตอนนี้เขากำลังเตรียมสอบบรรจุที่ รพ. ของคุณหมอยูชอนอยู่ครับ....คงจะอารมณ์ไม่ค่อยดี....คุณหมอจองอย่าไปถือสาเขาแล้วกัน....
อ่า......... แม้แต่ปากก็ไม่สามารถควบคุมให้เปล่งคำพูดออกมาได้ จึงได้แต่ครางเสียงแปลกแล้วพยักหน้าหงึกๆ
ผมขอคุยกับคุณหมอเป็นการส่วนตัวได้ไหมครับ?....แจจุงว่า.....ที่ริมฝีปากบางฉาบรอยยิ้มเอาไว้...
ได้ครับ....
ยุนโฮไม่ปฏิเสธ ได้แต่เดินไปตามแรงฉุดดึง....แจจุงพาเขามายังหลังบ้าน... ที่ ชิงช้ายาวที่เมื่อก่อนเราสองคนมักจะมานั่งเล่นบ่อย แจจุงทรุดตัวลงนั่งที่ชิงช้า..... ก่อนจะเชิญชวนเขาบ้าง...
นั่งสิครับ....
ขอบใจนะ....
ผมมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณหมอครับ....
เวลานี้สีหน้าและแววตาของแจจุงผิดแผกไปจากเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง.... ดูเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด...
ว่ามาสิ....ยุนโฮมองหน้าของคนที่นั่งอยู่ข้างๆ....
คุณคงจะรู้มาจากคุณหมอยูชอนแล้ว.......
เอ่?.....
เรื่องของยุนโฮน่ะครับ.... แจจุงเว้นวรรคสักพัก ยุนโฮเป็นอย่างนี้มาสามเดือนแล้ว.....ผมไม่เข้าใจว่ายุนโฮคงจะเครียดหรือไม่พอใจอะไร....ยุนโฮไม่พูดคุย....ยุนโฮไม่กินข้าว....ยุนโฮไม่ทำอะไรๆด้วยตัวเองเลย...ผมเป็นห่วงยุนโฮ....ผมกลัวว่าเขาจะเครียดเกินไป......
เพราะงั้น....คุณหมอยูชอนเลยสัญญาว่าจะพาคนที่จะรักษายุนโฮได้มาหาผม......นั่นก็คือ...
นั่นก็คือผม....
ใช่ครับ...... แจจุงพยักหน้า.....
ในเวลานี้.... แจจุงคิดว่าคนที่มีอาการผิดปกติคือตุ๊กตาหมีตัวนั้น.... แจจุงเข้าใจว่า การที่ตุ๊กตาตัวนั่น ไม่พูดคุย ไม่กินข้าว หรือแม้แต่ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับแจจุงเลย เกิดจากตุ๊กตาหมีตัวนั้นเครียด....
หากแต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่เลย.....
แจจุงคิดไปเอง....
แจจุงคิดว่าเรื่องราวตอนนี้คือเรื่องราวเมื่อ2 ปีก่อน....
ตอนที่เขาและแจจุงมาที๋โซลด้วยกัน.....
แต่ที่น่าปวดใจมากกว่านั่นคือ...
แจจุงเห็นตุ๊กตาตัวนั้นเป็นเขา....
ยุนโฮมองงใบหน้าใสของคนข้างๆขอย่างปวดร้าว......
มองฉันสิ.....
จอง ยุนโฮที่นายรักหมดหัวใจมานั่งอยู่ตรงนี้แล้ว....
เลิกคิดว่าตุ๊กตาบ้านั่นเป็นฉันเสียที.....
หากย้อนเวลากลับไปได้..... จอง ยุนโฮ สาบานกับตัวเองว่าเขาจะกลับไปแก้ไขอดีต.... เขาจะไม่ให้เรื่องราวเลวร้ายนั้นเกิดขึ้นได้..... เขาจะไม่ให้ใครมาแทนที่เขาได้เลยในหัวใจของแจจุง.....
ถ้าหากเรื่องราวเลวร้ายนั้นไม่เกิดขึ้น......
ถ้าหากเขา...ไม่ลังเล.....
ถ้าหากเขา....
+
+
+
+
4 ปีก่อน.....
แจจุง.....เก็บของที่จำเป็นมาครบแล้วใช่ไหม?....
ใช่แล้ว.....ว่าแต่ตอนนี้จะมีรถไฟหรอ?....
แจจุงพูดกับร่างสูง..... บัดนี้ทั้งสองอยู่ท่ามกลางของหนาวเย็นของอากาศในหน้าหนาว.... เสื้อแขนยาวบางๆกับผ้าพันขอไม่ได้ช่วยให้แจจุงรู้สึกอุ่นกว่านี้ไปได้เลย....
ฮัดเช่ย!
แจจุงจามเสียงดัง ร่างสูงส่ายหัวกับการกระทำของร่างบาง.... รู้ทั้งรู้ว่าอากาศที่นี่มันหนาวขนาดไหน..... แต่ก็ยังไม่วายใส่เสื้อซะบางเฉียบขนาดนั้น.... ยุนโฮถอดเสื้อกันหนาวของตนแล้วคลุมเข้าที่ไหล่บาง....
แจจุงมองยุนโฮตาแบ๋ว....
แบบนี้ยุนโฮก็หนาวน่ะสิ.....ไม่ได้นะ...เราต้องรอรถไฟอีกตั้ง5 ชม. แหน่ะ....แจจุงห้มมองนาฬิกา เอาไปใส่เถอะ.......
แจจุงถอดเสื้อหนาวของยุนโฮราวกับรังเกียจ.... ก่อนจะยื่นให้ร่างสูง....
นายยิ่งอ่อนแออยู่....เดี๋ยวก็เป็นหวัด......
ฉันไม่เป็นไรหรอก....เพราะอีกหน่อยนายก็จะเป็นหมอแล้วนี่.....ถึงตอนนั้นนายต้องรักษาฉันนะ!....
แต่ไปถึงโซลแล้วฉันจะได้เป็นหมอในทันทีนี่......ถ้านายไม่ใส่นายต้องหนาวตายคาสถานีรถไฟแน่....แล้วฉันก็ต้องพานายไปส่งโรงพยาบาล.....หมอก็ต้องเรียกแม่นายมา....พอแม่นายมาแผนของเราก็จะแตก.....เราก็จะไม่ได้ไปโซล.....ฉันก็จะไม่ได้เป็นหมอ.....
ส่วนฉันก็จะไม่ได้เป็นเมียหมอใช่มะ? แจจุงพูดแทรกขึ้นมา....ก่อนจะส่งยิ้มสดใส.....
ฮ่าฮ่าฮ่า.....ก็คงใช่....
ถ้าใช่เราก็ต้องใส่มันทั้งคู่.....ถ้าเกิดใครคนใดคนหนึ่งหนาวตายคาสถานี...แล้วอีกคนจะอยู่ได้ไง..... แจจุงพูดพลางใช้เสื้อหนาวของยุนโฮคลุมที่ตัวของยุนโฮ.... ก่อนจะเอี้ยวตัวกลับมา นั่งบนตักยุนโฮ....แล้วดึงเสื้อหนาวมาคลุมร่างทั้งคู่เข้าด้วยกัน.....
แค่นี้ก็ไม่หนาวแล้ว.....
ไม่คิดว่าหน้าตาโง่ๆอย่างคิม แจจุง จะคิดอะไรฉลาดๆเป็นเหมือนกัน.....
ก็ขอโทษแล้วกันที่ฉันมันโง่...... แจจุงว่า แก้มทั้งสองบวมตุ่ย บ่งบอกว่ากำลังงอน.... แต่นายน่ะโง่มากกว่าฉันซะอีกนะ!
ฉันก็ว่างั้น......
ฉันคงเป็นคนโง่ยิ่งกว่า....ที่เป็นแฟนกับคนโง่ๆอย่างนายไง คิมแจจุง....
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ในที่สุดแจจุงและยุนโฮก็มาถึงกรุงโซล..... ทั้งสองเลือกบ้านหลังเล็กๆที่ชานเมืองไว้พำนักด้วยกัน.... ช่วง3-4เดือนแรกๆนั้นยุนโฮยังไม่แสดงถึงความเครียดให้เห็นมากนัก....
ทว่า.... ช่วงนี้กลับเห็นได้ชัดอย่างน่าใจหาย....
หรือเพราะเราสองคนอยู่ด้วยกันนานเกินไป?
แจจุง!.....นายเก็บหนังสือฉันไปไว้ไหนอีกแล้ว!.....ทำไมไม่รู้จักวางให้มันเป็นที่!
ยุนโฮตะโกนลั่น... นัยน์ตาสีนิลเกรี้ยวกราด พร้อมฟาดหัวฟาดหางทุกครั้งที่สบโอกาส.... กลายเป็นยุนโฮที่ไม่คุ้นเคย..... ยุนโฮที่อ่อนโยนหายไปไหน!.....
ย....อยู่นี่.....ฉันวางไว้ที่เดิมแต่......
ไม่ต้องมาเถียง!.....ฉันจะไปสอบสายก็เพราะนายนี่ล่ะ!!!.....
แจจุงยื่นหนังสือให้ยุนโฮ..... ร่างสูงกระชากมันจากมือเรียวของแจจุงอย่างแรง ก่อนจะกระทืบเท้าปึงปังออกจากบ้านไป.....
ยุนโฮไม่เคยเป็นแบบนี้...
แจจุงได้แต่ภาวนาให้ยุนโฮคนเดิมกลับมา.....
นัยน์ตาหวานมองไปที่ประตูอย่างอาลัย.... ก่อนความรู้สึกเจ็บปวดหนึบที่หน้าอกจะเข้าประทุษร้ายแจจุงเข้าอย่างจัง ร่างบางทรุดลงกับพื้นพรมหายใจหอบเสียงดัง น่ากลัว... ดวงตาสองข้างพร่ามัว มือเล็กๆทุบหน้าอกอย่างแรงหวังให้ความรู้สึกน่าสมเพชนี่จะหายไป.....
ในทุกๆครั้งที่แจจุงไม่สบายใจขึ้นมา.... อาการนี้จะแสดงผลขึ้นมา ก่อนจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนในบางครั้งแจจุงแทบจะขาดใจตายให้ได้.....
แน่นอนว่ายุนโฮไม่เคยได้รับรู้เรื่องพรรณนี้.....
เพราะแจจุงไม่เคยบอกใครยุนโฮรู้.....
แค่เพราะ....กลับว่าตนเองจะเป็นตัวถ่วง.....
กลัวว่าสุดท้ายจะถูกทิ้ง.....
คงทนไม่ได้แน่ๆ.... ถ้าหากขาดยุนโฮไป.....
การมีชีวิอยู่ได้มาทุกวันนี้เพราะมียุนโฮเยียวยา....
หรือ 2 ปีของเราจะมากไป?.....
หรือยุนโฮจะเริ่มเบื่อเขาแล้ว?
หยาดหยดใสๆไหลรินออกจากหางตา.... อาการปวดหนึบเพราะโรคร้ายเมื่อครู่หายเป็นปลิดทั้ง ก่อนจะเข้าแทนที่ด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจ.... แค่คิดว่าต้องเลิกกับยุนโฮก็เจ็บแทนขาดใจ แค่คิดว่าสักวันยุนโฮจะทิ้งเขาไป...
ก็แทบทนไม่ไหวแล้ว.....
แจจุงพาตัวเองขึ้นไปยังห้องนอน ก่อนจะซุกตัวลงกับผ้าห่ม แล้วสะอื้นไห้ออกมาเบาๆ..... เหนื่อยกายเหนื่อยใจ.... ตอนนี้ยุนโฮไม่เหมือนเดิม.... ตัวเราเองก็ครจะเปลี่ยนแปลง.... ไม่ควรเป็นแจจุงที่เอาแต่ใจเหมือนเมื่อก่อนอีก....
ร่างบางหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง.... ความรู้สึกเหนื่อยอ่อนจากการร้องไห้กัดกินพลังงานไปมากโข... ในที่สุดสมองก็สั่งการให้หยุดพักคิดเรื่องอื่นๆชั่วคราว... ก่อนจะเข้าสู้ห้วงฝันไป....
นี่คือการผักผ่อนที่ดีที่สุด......
แจจุงคงไม่รู้....ว่าหากเขาตื่นขึ้นมา...
คนที่ดีที่สุด..... ก็จะหายไปพร้อมๆกับการตื่นของเขานั่นเอง.....
ทว่า อีกใจหนึ่งมันไม่กล้าพอ....
ไม่กล้าแม้แต่จะสู้หน้าด้วยซ้ำ.....
แต่ดูเหมือนฟ้าคงอยากจะกลั่นแกล้งเขาเสียเหลือเกิน.... ในเมื่อร่างบางที่เขานึกหวั่นในใจนั้น กระแทกประตูเสียงดังโครมครามออกมา ก่อนที่ตาหวานจะเหลือบไปเห็นเขาที่ยืนอยู่นอกบ้าน คิม แจจุง วางถุงดำใบใหญ่ที่เหมือนจะใส่อะไรไว้มากมาย ลงกับพื้นทันทีที่แน่ใจ....
ว่าร่างสูงด้านนอกรั้วนั่นคือคุณหมอเพื่อนของ คุณหมอ ยูชอนเมื่อกี้นี้....
คุณหมอจอง?!
แจจุงวิ่งกระวีกระวาด ไปเปิดบ้านให้ทันที ร่างบางยิ้มหวานก่อนจะเชิญให้เข้าบ้าน เหตุเพราะ อากาศด้านนอกนั้นมันหนาวนัก....
ทั้งสองเข้ามาจนถึงตัวบ้าน.... ยุนโฮบรรจงรองเท้าแล้ววางไว้ที่ชั้นเหมือนก่อน... แจจุงที่หันมากำลังจะเอ่ยบอก กฎของบ้าน นั้น ก็ได้แต่ยิ้มแหย
ผมกำลังจะบอกพอดีเลย....ว่าให้คุณหมอจองถอดรองเท้า.......
อ่อ....พอดียูชอนบอกไว้น่ะครับ....ยุนโฮเอ่ย แจจุงพยักหน้าเข้าใจ
งั้น....คุณหมอจองไปนั่งรอที่โซฟาดีกว่า.....เดี๋ยวผมจะไปหาอะไรอุ่นๆให้ดื่มนะครับ
แจจุงว่า ก่อนจะเดินเข้าไปในครัว... ยุนโฮก้าวเข้าไปหาโซฟาที่แสนคุ้นเคย... ก่อนจะทรุดลงนั่งอย่างเหนื่อยอ่อน ดวงตาคมกวาดสายตาไปรอบๆบ้าน ก่อนจะสะดุดกับบางอย่าง....
ตุ๊กตาหมีเท็ดดีแบร์สีน้ำตาล ถูกวางอยู่บนโซฟาข้างๆอย่างจงใจ.... ดวงตาดำสนิทของมันราวกับจะตัดพ้อต่อว่าเขา.... ยุนโฮเอื้อมมือไปคว้าเจ้าตุ๊กตาหมีตัวใหญ่มาพิจารณา....
ว่าไงแก.....ได้เป็นยุนโฮสองแล้วนี่.....
......
ทั้งที่รู้ว่าเจ้าตุ๊กตาหมีที่อยู่บนตักตัวเองนั่นจะไม่สามารถลุกขึ้นมาโต้ตอบได้ แต่เขาก็ยังยิงคำถามใส่.... ยุนโฮหัวเราะหึหึ กับตัวเอง....
แจจุงเขาคงดูแลแกดีสินะ....อ้วนท้วนสมบูรณ์ขนาดนี้น่ะ....
....
พูดด้วยแล้วทำหยิ่งหรอ.....ไม่คิดจะตอบฉันซักคนเลยรึไง?...แกกล้าดียังไงวะเนี่ย!!!
ประโยคท้ายๆดูเหมือนจะเป็นการตะโกน ขณะเดียวกับที่แจจุงเดินกลับมาพร้อมกาแฟคาราเมลสามแก้วพอดี ร่างบางวางถ้วยกาแฟลงกับโต๊ะกาแฟเล็กๆตรงหน้า... จนแจจุงเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของยุนโฮแล้ว ยุนโฮก็ยังไม่รู้สึกตัวสักทีว่ามีใครมายืนจ้องหน้าเขาอยู่นานแล้ว....
ด้วยความที่ไม่รู้นั้น... คุณหมอจองกับตุ๊กตาหมียุนโฮก็ยังนั่งคุยกันต่อไป....
แกก็พูดกับฉันหน่อยจะเป็นอะไรไป....อย่าเงียบสิว้อยยุนโฮ.....คุณหมอจอง ยุนโฮ พูดกับตุ๊กตาหมียุนโฮอย่างอ่อนใจ.....
เขาก็เป็นแบบนี้ล่ะครับ......
เสียงของผู้มาใหม่ ดังขึ้น ทำเอายุนโฮแทบตกจากโซฟา.... ร่างสูงหันควับขึ้นไปมองแจจุงที่ยืนอยู่ตรงหน้า.... ร่างบางยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างๆบ้าง....
ตอนนี้เขากำลังเตรียมสอบบรรจุที่ รพ. ของคุณหมอยูชอนอยู่ครับ....คงจะอารมณ์ไม่ค่อยดี....คุณหมอจองอย่าไปถือสาเขาแล้วกัน....
อ่า......... แม้แต่ปากก็ไม่สามารถควบคุมให้เปล่งคำพูดออกมาได้ จึงได้แต่ครางเสียงแปลกแล้วพยักหน้าหงึกๆ
ผมขอคุยกับคุณหมอเป็นการส่วนตัวได้ไหมครับ?....แจจุงว่า.....ที่ริมฝีปากบางฉาบรอยยิ้มเอาไว้...
ได้ครับ....
ยุนโฮไม่ปฏิเสธ ได้แต่เดินไปตามแรงฉุดดึง....แจจุงพาเขามายังหลังบ้าน... ที่ ชิงช้ายาวที่เมื่อก่อนเราสองคนมักจะมานั่งเล่นบ่อย แจจุงทรุดตัวลงนั่งที่ชิงช้า..... ก่อนจะเชิญชวนเขาบ้าง...
นั่งสิครับ....
ขอบใจนะ....
ผมมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณหมอครับ....
เวลานี้สีหน้าและแววตาของแจจุงผิดแผกไปจากเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง.... ดูเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด...
ว่ามาสิ....ยุนโฮมองหน้าของคนที่นั่งอยู่ข้างๆ....
คุณคงจะรู้มาจากคุณหมอยูชอนแล้ว.......
เอ่?.....
เรื่องของยุนโฮน่ะครับ.... แจจุงเว้นวรรคสักพัก ยุนโฮเป็นอย่างนี้มาสามเดือนแล้ว.....ผมไม่เข้าใจว่ายุนโฮคงจะเครียดหรือไม่พอใจอะไร....ยุนโฮไม่พูดคุย....ยุนโฮไม่กินข้าว....ยุนโฮไม่ทำอะไรๆด้วยตัวเองเลย...ผมเป็นห่วงยุนโฮ....ผมกลัวว่าเขาจะเครียดเกินไป......
เพราะงั้น....คุณหมอยูชอนเลยสัญญาว่าจะพาคนที่จะรักษายุนโฮได้มาหาผม......นั่นก็คือ...
นั่นก็คือผม....
ใช่ครับ...... แจจุงพยักหน้า.....
ในเวลานี้.... แจจุงคิดว่าคนที่มีอาการผิดปกติคือตุ๊กตาหมีตัวนั้น.... แจจุงเข้าใจว่า การที่ตุ๊กตาตัวนั่น ไม่พูดคุย ไม่กินข้าว หรือแม้แต่ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับแจจุงเลย เกิดจากตุ๊กตาหมีตัวนั้นเครียด....
หากแต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่เลย.....
แจจุงคิดไปเอง....
แจจุงคิดว่าเรื่องราวตอนนี้คือเรื่องราวเมื่อ2 ปีก่อน....
ตอนที่เขาและแจจุงมาที๋โซลด้วยกัน.....
แต่ที่น่าปวดใจมากกว่านั่นคือ...
แจจุงเห็นตุ๊กตาตัวนั้นเป็นเขา....
ยุนโฮมองงใบหน้าใสของคนข้างๆขอย่างปวดร้าว......
มองฉันสิ.....
จอง ยุนโฮที่นายรักหมดหัวใจมานั่งอยู่ตรงนี้แล้ว....
เลิกคิดว่าตุ๊กตาบ้านั่นเป็นฉันเสียที.....
หากย้อนเวลากลับไปได้..... จอง ยุนโฮ สาบานกับตัวเองว่าเขาจะกลับไปแก้ไขอดีต.... เขาจะไม่ให้เรื่องราวเลวร้ายนั้นเกิดขึ้นได้..... เขาจะไม่ให้ใครมาแทนที่เขาได้เลยในหัวใจของแจจุง.....
ถ้าหากเรื่องราวเลวร้ายนั้นไม่เกิดขึ้น......
ถ้าหากเขา...ไม่ลังเล.....
ถ้าหากเขา....
+
+
+
+
4 ปีก่อน.....
แจจุง.....เก็บของที่จำเป็นมาครบแล้วใช่ไหม?....
ใช่แล้ว.....ว่าแต่ตอนนี้จะมีรถไฟหรอ?....
แจจุงพูดกับร่างสูง..... บัดนี้ทั้งสองอยู่ท่ามกลางของหนาวเย็นของอากาศในหน้าหนาว.... เสื้อแขนยาวบางๆกับผ้าพันขอไม่ได้ช่วยให้แจจุงรู้สึกอุ่นกว่านี้ไปได้เลย....
ฮัดเช่ย!
แจจุงจามเสียงดัง ร่างสูงส่ายหัวกับการกระทำของร่างบาง.... รู้ทั้งรู้ว่าอากาศที่นี่มันหนาวขนาดไหน..... แต่ก็ยังไม่วายใส่เสื้อซะบางเฉียบขนาดนั้น.... ยุนโฮถอดเสื้อกันหนาวของตนแล้วคลุมเข้าที่ไหล่บาง....
แจจุงมองยุนโฮตาแบ๋ว....
แบบนี้ยุนโฮก็หนาวน่ะสิ.....ไม่ได้นะ...เราต้องรอรถไฟอีกตั้ง5 ชม. แหน่ะ....แจจุงห้มมองนาฬิกา เอาไปใส่เถอะ.......
แจจุงถอดเสื้อหนาวของยุนโฮราวกับรังเกียจ.... ก่อนจะยื่นให้ร่างสูง....
นายยิ่งอ่อนแออยู่....เดี๋ยวก็เป็นหวัด......
ฉันไม่เป็นไรหรอก....เพราะอีกหน่อยนายก็จะเป็นหมอแล้วนี่.....ถึงตอนนั้นนายต้องรักษาฉันนะ!....
แต่ไปถึงโซลแล้วฉันจะได้เป็นหมอในทันทีนี่......ถ้านายไม่ใส่นายต้องหนาวตายคาสถานีรถไฟแน่....แล้วฉันก็ต้องพานายไปส่งโรงพยาบาล.....หมอก็ต้องเรียกแม่นายมา....พอแม่นายมาแผนของเราก็จะแตก.....เราก็จะไม่ได้ไปโซล.....ฉันก็จะไม่ได้เป็นหมอ.....
ส่วนฉันก็จะไม่ได้เป็นเมียหมอใช่มะ? แจจุงพูดแทรกขึ้นมา....ก่อนจะส่งยิ้มสดใส.....
ฮ่าฮ่าฮ่า.....ก็คงใช่....
ถ้าใช่เราก็ต้องใส่มันทั้งคู่.....ถ้าเกิดใครคนใดคนหนึ่งหนาวตายคาสถานี...แล้วอีกคนจะอยู่ได้ไง..... แจจุงพูดพลางใช้เสื้อหนาวของยุนโฮคลุมที่ตัวของยุนโฮ.... ก่อนจะเอี้ยวตัวกลับมา นั่งบนตักยุนโฮ....แล้วดึงเสื้อหนาวมาคลุมร่างทั้งคู่เข้าด้วยกัน.....
แค่นี้ก็ไม่หนาวแล้ว.....
ไม่คิดว่าหน้าตาโง่ๆอย่างคิม แจจุง จะคิดอะไรฉลาดๆเป็นเหมือนกัน.....
ก็ขอโทษแล้วกันที่ฉันมันโง่...... แจจุงว่า แก้มทั้งสองบวมตุ่ย บ่งบอกว่ากำลังงอน.... แต่นายน่ะโง่มากกว่าฉันซะอีกนะ!
ฉันก็ว่างั้น......
ฉันคงเป็นคนโง่ยิ่งกว่า....ที่เป็นแฟนกับคนโง่ๆอย่างนายไง คิมแจจุง....
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ในที่สุดแจจุงและยุนโฮก็มาถึงกรุงโซล..... ทั้งสองเลือกบ้านหลังเล็กๆที่ชานเมืองไว้พำนักด้วยกัน.... ช่วง3-4เดือนแรกๆนั้นยุนโฮยังไม่แสดงถึงความเครียดให้เห็นมากนัก....
ทว่า.... ช่วงนี้กลับเห็นได้ชัดอย่างน่าใจหาย....
หรือเพราะเราสองคนอยู่ด้วยกันนานเกินไป?
แจจุง!.....นายเก็บหนังสือฉันไปไว้ไหนอีกแล้ว!.....ทำไมไม่รู้จักวางให้มันเป็นที่!
ยุนโฮตะโกนลั่น... นัยน์ตาสีนิลเกรี้ยวกราด พร้อมฟาดหัวฟาดหางทุกครั้งที่สบโอกาส.... กลายเป็นยุนโฮที่ไม่คุ้นเคย..... ยุนโฮที่อ่อนโยนหายไปไหน!.....
ย....อยู่นี่.....ฉันวางไว้ที่เดิมแต่......
ไม่ต้องมาเถียง!.....ฉันจะไปสอบสายก็เพราะนายนี่ล่ะ!!!.....
แจจุงยื่นหนังสือให้ยุนโฮ..... ร่างสูงกระชากมันจากมือเรียวของแจจุงอย่างแรง ก่อนจะกระทืบเท้าปึงปังออกจากบ้านไป.....
ยุนโฮไม่เคยเป็นแบบนี้...
แจจุงได้แต่ภาวนาให้ยุนโฮคนเดิมกลับมา.....
นัยน์ตาหวานมองไปที่ประตูอย่างอาลัย.... ก่อนความรู้สึกเจ็บปวดหนึบที่หน้าอกจะเข้าประทุษร้ายแจจุงเข้าอย่างจัง ร่างบางทรุดลงกับพื้นพรมหายใจหอบเสียงดัง น่ากลัว... ดวงตาสองข้างพร่ามัว มือเล็กๆทุบหน้าอกอย่างแรงหวังให้ความรู้สึกน่าสมเพชนี่จะหายไป.....
ในทุกๆครั้งที่แจจุงไม่สบายใจขึ้นมา.... อาการนี้จะแสดงผลขึ้นมา ก่อนจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนในบางครั้งแจจุงแทบจะขาดใจตายให้ได้.....
แน่นอนว่ายุนโฮไม่เคยได้รับรู้เรื่องพรรณนี้.....
เพราะแจจุงไม่เคยบอกใครยุนโฮรู้.....
แค่เพราะ....กลับว่าตนเองจะเป็นตัวถ่วง.....
กลัวว่าสุดท้ายจะถูกทิ้ง.....
คงทนไม่ได้แน่ๆ.... ถ้าหากขาดยุนโฮไป.....
การมีชีวิอยู่ได้มาทุกวันนี้เพราะมียุนโฮเยียวยา....
หรือ 2 ปีของเราจะมากไป?.....
หรือยุนโฮจะเริ่มเบื่อเขาแล้ว?
หยาดหยดใสๆไหลรินออกจากหางตา.... อาการปวดหนึบเพราะโรคร้ายเมื่อครู่หายเป็นปลิดทั้ง ก่อนจะเข้าแทนที่ด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจ.... แค่คิดว่าต้องเลิกกับยุนโฮก็เจ็บแทนขาดใจ แค่คิดว่าสักวันยุนโฮจะทิ้งเขาไป...
ก็แทบทนไม่ไหวแล้ว.....
แจจุงพาตัวเองขึ้นไปยังห้องนอน ก่อนจะซุกตัวลงกับผ้าห่ม แล้วสะอื้นไห้ออกมาเบาๆ..... เหนื่อยกายเหนื่อยใจ.... ตอนนี้ยุนโฮไม่เหมือนเดิม.... ตัวเราเองก็ครจะเปลี่ยนแปลง.... ไม่ควรเป็นแจจุงที่เอาแต่ใจเหมือนเมื่อก่อนอีก....
ร่างบางหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง.... ความรู้สึกเหนื่อยอ่อนจากการร้องไห้กัดกินพลังงานไปมากโข... ในที่สุดสมองก็สั่งการให้หยุดพักคิดเรื่องอื่นๆชั่วคราว... ก่อนจะเข้าสู้ห้วงฝันไป....
นี่คือการผักผ่อนที่ดีที่สุด......
แจจุงคงไม่รู้....ว่าหากเขาตื่นขึ้นมา...
คนที่ดีที่สุด..... ก็จะหายไปพร้อมๆกับการตื่นของเขานั่นเอง.....
Part 3
เหตุการณ์ต่างๆดูเหมือนยิ่งเลวร้าย.... พายุมืดกำลังเข้าปกคลุมจิตใจดวงน้อย คำที่พร่ำบอกว่ารักกัน บัดนี้มันร้างลาเริ่มเลือนจาง.....
และในไม่ช้า สายลมหนาวก็จะหอบพามันไป....
ยุนโฮสอบบรรจุติดเป็นจิตแพทย์ ในโรงพยาบาล ปาร์ค แจจุงรู้ตัวว่าตอนนี้เขาควรปฏิบัติตัวอย่างไร.... เพราะ ยุนโฮตั้งใจทำงานอย่างเต็มความสามารถ จึงต้องกลับดึกอยู่บ่อยๆ เขาจึงตัดสินใจจะนั่งรอยุนโฮจนกว่าจะกลับถึงบ้าน เพื่อเตรียมอาหาร และบีบนวดให้คลายปวดเมื่อย....
วันนี้ก็เช่นกัน.... มือเพรียวกดรีโมททีวีเพื่อหาอะไรดู ทว่าคงลืมไปแล้วว่าตอนนี้เกือบจะตี2แล้ว คงไม่มีสถานีไหนที่จะอยู่เป็นเพื่อนแจจุงได้ในเวลานี้.... ร่างบางบนโซฟาพลิกกายไปมา ก่อนจะชะเง้อมองที่ประตูเหมือนที่ทำทุกวัน
กริ๊ก....
เสียงบิดลูกบิดดังขึ้นที่ประตู ทำเอาแจจุงถลาไปทันที ประตูเปิดออกร่างสูงของยุนโฮในตอนนี้กำลังถูกพยุงด้วยหนุ่มหน้าหวาน จมูกของเขาคนนั้นแดงนิดๆ แจจุงหลีกทางให้ ชายคนนั้นพยุงยุนโฮไปวางไว้ที่โซฟาก่อนจะถูมือตัวเองไปมา...
ถุงร้อนครับ.... แจจุงเห็นดังนั้นจึงเดินไปหยิบถุงร้อนที่คิดว่าเตรียมไว้ให้ยุนโฮ เพราะวันนี้อากาศหนาวเหลือเกิน มือเรียวของคนๆนั้นรับถุงร้อนมา พร้อมกับรอยยิ้มพิมพ์ใจขนาดรอยยิ้มที่แจจุงซึ่งเป็นผ้ชายด้วยกันเห็นแล้วยังใจกระตุก
ขอบคุณครับ..... คนๆนั้นเอ่ยเบาๆ ก่อนจะให้ถุงร้อนประคบไปมา... ผมชื่อ คิม จุนซู.....เป็นหัวหน้าแผนกของยุนโฮครับ....
งั้นหรือครับ..... แจจุงพยักหน้าน้อยๆ.... จุนซูคนนี้ท่าทางไม่เลว....
อ๊า....ดึกแล้ว....ผมคงต้องขอตัวก่อน....แล้วคุณ....ชื่ออะไรนะครับ? หลังจากได้แนะนำตัว จุนซูก็ต้องตกใจเมื่อเหลือบไปเห็นนาฬิกาเรือนใหญ่ที่ผนัง ซึ่งมันบอกว่าเวลาว่าเขาควรจะกลับได้แล้ว....
แจจุงครับ...คิมแจจุง....
ถ้างั้นราตรีสว้สดิ์ครับแจจุง....
เช่นกันครับ....
จุนซูกระชับเสื้อโค้ดของตัวเอง ก่อนจะก้าวรัวๆออกจากห้องไป..... ในเวลานี้เหลือเพียงแจจุงและยุนโฮ... ร่างสูงนอนอุดอู้อยู่ที่โซฟา แจจุงส่ายหน้านิดๆ เพราะไม่รู้จะลากยุนโฮขึ้นเตียงยังไง... ร่างบางก้าวเข้าไปใกล้ๆ กลิ่น
แอลกอฮอล์จากตัวยุนโฮเหม็นฟุ้งจนทำให้แจจุงถึงกับเบ้หน้า..... กินเหล้ามารึ.... คิดได้แค่นั้นก็พยุงยุนโฮขึ้นร่างสูงไร้เรี่ยวแรงเหมือนลูกนกปีกหัก แจจุงเกือบล้มทุกครั้งที่ยุนโฮเซไปเซมา เพราะร่างของยุนโฮนั้นสูงใหญ่กว่าเขาเป็นเท่าตัว....
ในที่สุดก็พายุนโฮมานอนบนเตียงจนได้..... แจจุงมองดูคนที่นอนไม่รู้เรื่องบนเตียงยิ้มๆ ก่อนจะเดินไปหยิบกะละมังใบเล็กๆที่ใส่น้ำไว้พร้อมกับผ้าขนหนูสีขาวไว้สำหรับเช็ดตัว....
แจจุงแช่ผ้าขนหนูในน้ำซักพักก่อนจะบิดให้หมาดแล้วเช็ดลงบนตัวของยุนโฮ มือเพรียวปลดกระดุมของร่างสูงออก เผยให้เห็นอกแกร่งที่กำลังกระเพื่อมอย่างเป็นจังหวะ.....มือบางให้ผ้าขนหนูเช็ดอย่างเบาๆเพราะกลัวจะเป็นการรบกวนการนอนของยุนโฮ....
ถ้าหากร่างสูงตื่นขึ้นมาคงจะไม่พอใจ.... ที่เขาเป็นคนปลุกยุนโฮให้ตื่นขึ้นจากฝันหวาน....
ฝันหวาน?...... ฝันที่ไม่มีคิม แจจุง คนนี้ไงล่ะ.... ใบหน้าของยุนโฮในตอนนี้กำลังยิ้มแย้ม.... ผิดกับเวลาที่อยู่กับคิม แจจุงคนนี้ถนัด.... เวลานั้นจะมีแต่จอง ยุนโฮผู้เย็นชา.... คนๆนี้ไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่เคยมีคำว่า ถูกต้อง สำหรับยุนโฮเลย...
บางทีก็คิดเหมือนกัน.... คำว่ารัก ที่เคยมีให้มันหายไปไหน?...
ปวดใจเหลือเกิน.... ยิ่งเข้าใกล้เท่าไหร่ก็ยิ่งดูเหมือนจะห่างไกลออกไป... ยุนโฮไม่ใช่คนเดิม.... ยุนโฮผู้อ่อนโยนหายไปไหน?
บางทีอาจจะหมดเวลาสำหรับแจจุงคนนี้แล้วก็ได้....
.
.
.
.......จองครับ.......คุณหมอจอง!!!
ค...ครับ
เพราะเสียงหวานทำให้คนที่เข้าสู้ห้วงคิดต้องสะดุ้งเฮือก ยุนโฮมองแจจุงที่ตอนนี้กำลังจ้องหน้าเขาอย่างสงสัย... หมอหนุ่มเกาหัวตัวเองแกร็กๆ ก่อนจะเอ่ยถาม
เรียกผม....มีอะไรหรอครับ?
เปล่าครับ...แค่เห็นหมอเหม่อๆ......
แจจุงตอบ รอยยิ้มเล็กๆผุดขึ้นที่มุมปากบาง.... รอยยิ้มที่ไมได้มีโอกาสเห็นมานานนั้นอยู่ตรงหน้ายุนโฮแล้ว.... ร่างสูงอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปแก้มเนียนของอีกฝ่าย....
เขาสัญญา.....
จากนี้ไป จะพยายามรักษารอยยิ้มนี้ไว้....
จะไม่มีทางทำผิดเป็นครั้งที่สองอีกแล้ว....
บรรยากาศเป็นใจ คนสองคนนั่งสบตากันที่ชิงช้าใต้ต้นไม้ใหญ่ สายลมเย็นพัดผ่านไปช้าๆราวกับจะหยุดเวลานี้ไว้.... บรรยากาศสุดโรแมนติคคงจะเป็นไปได้นานกว่านี้หาก......
โครก!!!!!
เสียงเตือนจากกระเพาะของร่างสูงดังขึ้น.... ยุนโฮยิ้มแหย๋ๆ ส่วนแจจุงหัวเราะเบาๆ ร่างบางผุดลุกขึ้นก่อนจะยื่นมือไปให้ร่างสูงที่จ้องเขาอยู่....
....ดูท่าคุณหมอจะหิวแล้ว....
เอ่อ.......อ..อืม.. ยุนโฮรับคำอย่างเสียมิได้....ก็ท้องของเขามันร้องเสียงดังซะขนาดนั้น...
งั้นเราไปทานข้าวกันเถอะครับ.....
ทานที่ไหนหรอ? ยุนโฮถามอีกครั้งกับร่างบางที่เดินนำเข้าบ้านไป
ทานที่นี่แหล่ะครับ....
แจจุงเดินนำเข้ามาถึงในครัวก่อนจะจัดการยกหม้อที่อยู่ข้างเตาขึ้นมาไว้บนเตาแล้วเปิดแก๊สอุ่น ก่นอจะหันไปกดหมอหุงข้าวเพื่ออุ่นข้าวให้ร้อน ปล่อยให้ร่างสูงได้แต่ยืนเก้ๆกังไม่รู้จะช่วยทำอะไรดี
ฉันฉันช่วยไหม?.... ยุนโฮเอ่ย
คนสวยหันมาส่ายหน้าไม่เป็นไร ยุนโฮก็ได้แต่พยักหน้ารับก่อนจะเดินออกไปรอข้างนอก..... ร่างสูงทรุดตัวลงกับเก้าอี้สำหรับรับประทานอาหารก่อนจะครุ่นคิดอะไรบางอย่าง.....
จนร่างบางเข้ามาถึงตัวแล้วเขาก็ยังไม่รู้สึกตัว แจจุงนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามดวงตากลมโตจ้องมองแขกผู้มาเยือนอย่างไม่วางตา..... จนมือเล็กๆนั่นเลื่อนเข้าไปสะกิดนั่นแหล่ะ ยุนโฮถึงจะรู้สึกตัวขึ้นมา...
เป็นอะไรไปครับ.....ทำไมเหม่อบ่อยจัง....มีเรื่องให้คิดหรอ?.... แจจุงว่า พลางใช้รอยยิ้มทรงเสน่ห์กระตุ้นให้ร่างสูงตอบคำถาม.....
ยุนโฮยิ้มแหย๋ๆ เขาเลือกเลี่ยงที่จะตอบคำถาม กลับก้มลงมองและให้ความสนใจกับอาหารตรงหน้ามากกว่า.....
ว้าว!!.....แกงกิมจิหรอเนี่ย.... ยุนโฮอุทานเบาๆ แต่มีหรือที่คนหูดีจะไม่ได้ยิน
ยุนโฮเขาชอบกินน่ะครับ....ผมเลยทำทิ้งไว้....เผื่อเวลาผมไปทำงานถ้าเกิดเขาหิวขึ้นมาจะได้อุ่นกินได้.....
คำบอกของแจจุงทำเอายุนโฮต้องผงกหัวขึ้นมา.... ความฉงนสงสัยผุดขึ้นในสมอง.... แจจุงทำงาน?.... แต่เขาจำได้ว่าแจจุงไม่ได้ทำงานนี่นา......
แต่ถ้าแจจุงไม่ทำงาน....แล้วจะมีเงินใช้ได้อย่างไร?....
นั่นทำให้ยุนโฮตัดสินใจเอ่ยถามร่างบางที่กำลังตักข้าวให้เขา
แจจุง.....คุณทำงานอะไรหรือครับ?....
ขายหนังสือครับ.....ตรงร้านหัวมุมถนนใหญ่น่ะครับ.....
งั้นหรอครับ..... ยุนโฮพูดเพ้อๆ
หลังจากนั้นทั้งสองก็ไม่ได้พูดอะไรอีก จนกระทั่งยุนโฮกินข้าวจนหมด..... มือหนายกแก้วน้ำที่มีน้ำอยู่เต็มขึ้นมาดื่มขณะที่ดวงตาของเขายังคงจดจ่ออยู่กับใบหน้าขาวของอีกคน.....
คุณหมอมีคนรักหรือยังครับ?
.........มีแล้วครับ....ยุนโฮตอบอย่างไม่ชั่งใจแม้สักนิด คนรักของผม ก็อยู่ตรงหน้านี้ไง.... คนรักของผมก็คือคุณไงแจจุง.....
ตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว....ผมว่าคุณหมอควรจะกลับบ้านได้แล้วนะครับ.....
แจจุงออกปากไล่ ทำเอาหมอหนุ่มหน้าเสีย ตัวเขานั้นอยากจะอยู่กับแจจุงให้นานกว่านี้เพื่อที่จะได้ชดใช้เวลาที่ห่างหายไป....เขาอยากสังเกตอาการของแจจุงอีกซักนิด.... และเขาคงจะอยู่ได้นานกว่านี้ถ้าเจ้าตัวไม่ออกปากไล่เสียเอง....
ทำไมล่ะครับ?....ขอผมอยู่ดูอาการของยุนโฮอีกซักพักก่อนค่อยกลับได้ไหม? ยุนโฮต่อรอง ทว่าแจจุงกลับปั้นหน้าตึง เจ้าตัวพยักหน้าน้อยๆเป็นเชิงอนุญาตก่อนจะเก็บจานที่อยู่บนโต๊ะทั้งหมดแล้วเดินเข้าครัวไป.....
ด้านยุนโฮนั้น เขาเลือกที่จะพักหลังจากซัดแกงกิมจิที่โปรดปรานโดยการนั่งดูทีวีที่โซฟาแสนคุ้นเคย... ตาคมหยุดจ้องที่ทีวี....ทว่าจิตใจของเขาล่องลอยไปไกลเสียแล้ว.... บ้านนี้มีหลายสิ่งที่ยังติดตรึงอยู่ในความทรงจำของเขา.... เขายังจำมันได้ ทุกๆอย่างที่เคยเป็นของเขา.... รวมทั้งแจจุงก็เช่นกัน..... ทุกๆอย่างที่เคยมีมันเป็นเพียงแค่อดีต....
อดีตที่เขากำลังจะพยายามทำให้กลายเป็นปัจจุบัน....
ครืน!
เสียงฟ้าร้องดังสนั่น ทำให้ยุนโฮที่นั่งอยู่ที่โซฟาต้องลุกออกไปมองท้องฟ้าที่หน้าต่าง ท้องฟ้าที่สดใสถูกทาทับด้วยเมฆสีดำสนิท ฟ้าแลบแปลบๆเป็นระยะ เขามองไปทางห้องครัว....
แจจุงยังไม่ออกมา.....
ร่างสูงรู้ว่าควรจะทำเช่นไร.... ขาของเขาก้าวหนักๆไปยังห้องครัว.... ก่อนจะเลี้ยวผ่านบานประตูเข้าไป.... ภาพที่ปรากฏตรงคือแจจุงกำลังกอดเข่าตัวเองแน่น.... ไหล่เล็กๆนั้นสั่นอย่างช่วยไมได้..... เขาก้าวเข้าไปใกล้ๆร่างบางก่อนจะทรุดตัวลงและโอบกอดแจจุงอย่างอ่อนโยน.....
ยุนโฮพาร่างบางมายังโซฟาตัวที่เขานั่งพักเมื่อครู่.... ร่างกายของแจจุงยังคงสั่นอยู่ใบหน้าขาวดูหวาดกลัวกับพายุที่กำลังก่อตัวขึ้นนอกบ้าน.... เขารู้ทุกอย่าง... รู้ว่าแจจุงเกลียดพายุขนาดไหน....
เพราะฉะนั้นวันนี้แขนทั้งสองข้างของเขาจะใช้โอบกอดร่างบางตรงหน้าให้อบอุ่น.... ให้แจจุงไม่โดดเดี่ยวอีกแล้ว... สัญญา...ยุนโฮคนนี้สัญญาด้วยชีวิต....
ไม่ใช่ความรู้สึกผิดที่ทำให้เขาต้องกลับมาทำแบบนี้เพื่อแจจุง.... แต่เป็นเพราะเขาไม่สามารถลืมคนๆนี้ให้ผมดไปจากใจได้ต่างหาก.....
ยุนโฮรักแจจุง....
ในใจมันฟ้องเช่นนี้......
ฝนกำลังจะตก...... ร่างในอ้อมแขนเอ่ยแผ่วๆ.... ยุนโฮรั้งใบหน้าหวานมามอง.... น้ำใสๆคลอที่เบ้าตาก่อนจะไหลลงมา นิ้วโป้งของยุนโฮจึงต้องเกลี่ยเบาๆให้น้ำนั่นออกจากใบหน้าใส..... เหตุเพราะแจจุงไม่เหมาะกับน้ำตา...
ครับ....พายุกำลังจะเข้า....
คุณกลับไป...เถอะครับ....ผม.....ผมอยู่ได้....
แม้ปากจะบอกเช่นนั้นแต่การะกระทำมันไม่ใช้แม้แต่น้อย การที่ซุกเข้าหากับอกเขาเมื่อได้เห็นแสงสีฟ้าแลบแปลบๆเข้าทางหน้าต่างเนี่ยนะที่บอกว่า สามารถอยู่คนเดียวได้.... โกหกล่ะสิไม่ว่า...
ทำไมถึงชอบไล่ผมจัง......ขอผมอยู่.....
ไมได้ครับ..... ยังไม่ทันที่ร่างสูงจะพูดจบ ริมฝีปากบางก็เอ่ยสวนขึ้น....
ทำไมล่ะ?
เพราะ......เพราะคนรักของคุณอาจกำลังรอคุณอยู่....ตอนนี้......ผมไม่อยากให้เขาต้องรอคุณเพราะผม....รีบกลับไปหาเขาเถอะครับ...อย่าให้เขารอนาน....... แจจุงผลักคนตัวโตให้ออกห่าง ....อย่าทำให้แฟนคุณเสียใจ.....
เพียงแค่นั้นความรู้สึกผิดทั้งหมดก็ฉายซ้ำอีกครั้งในหัวของยุนโฮ......
จะบอกได้ไหม?
พูดได้หรือเปล่า....
คนที่ฉันรักที่สุดก็คือนายแจจุง.....ฉันจะไม่ไปไหนทั้งสิ้น....เพราะฉันไม่อยากทำให้นายเสียใจ.....
และในไม่ช้า สายลมหนาวก็จะหอบพามันไป....
ยุนโฮสอบบรรจุติดเป็นจิตแพทย์ ในโรงพยาบาล ปาร์ค แจจุงรู้ตัวว่าตอนนี้เขาควรปฏิบัติตัวอย่างไร.... เพราะ ยุนโฮตั้งใจทำงานอย่างเต็มความสามารถ จึงต้องกลับดึกอยู่บ่อยๆ เขาจึงตัดสินใจจะนั่งรอยุนโฮจนกว่าจะกลับถึงบ้าน เพื่อเตรียมอาหาร และบีบนวดให้คลายปวดเมื่อย....
วันนี้ก็เช่นกัน.... มือเพรียวกดรีโมททีวีเพื่อหาอะไรดู ทว่าคงลืมไปแล้วว่าตอนนี้เกือบจะตี2แล้ว คงไม่มีสถานีไหนที่จะอยู่เป็นเพื่อนแจจุงได้ในเวลานี้.... ร่างบางบนโซฟาพลิกกายไปมา ก่อนจะชะเง้อมองที่ประตูเหมือนที่ทำทุกวัน
กริ๊ก....
เสียงบิดลูกบิดดังขึ้นที่ประตู ทำเอาแจจุงถลาไปทันที ประตูเปิดออกร่างสูงของยุนโฮในตอนนี้กำลังถูกพยุงด้วยหนุ่มหน้าหวาน จมูกของเขาคนนั้นแดงนิดๆ แจจุงหลีกทางให้ ชายคนนั้นพยุงยุนโฮไปวางไว้ที่โซฟาก่อนจะถูมือตัวเองไปมา...
ถุงร้อนครับ.... แจจุงเห็นดังนั้นจึงเดินไปหยิบถุงร้อนที่คิดว่าเตรียมไว้ให้ยุนโฮ เพราะวันนี้อากาศหนาวเหลือเกิน มือเรียวของคนๆนั้นรับถุงร้อนมา พร้อมกับรอยยิ้มพิมพ์ใจขนาดรอยยิ้มที่แจจุงซึ่งเป็นผ้ชายด้วยกันเห็นแล้วยังใจกระตุก
ขอบคุณครับ..... คนๆนั้นเอ่ยเบาๆ ก่อนจะให้ถุงร้อนประคบไปมา... ผมชื่อ คิม จุนซู.....เป็นหัวหน้าแผนกของยุนโฮครับ....
งั้นหรือครับ..... แจจุงพยักหน้าน้อยๆ.... จุนซูคนนี้ท่าทางไม่เลว....
อ๊า....ดึกแล้ว....ผมคงต้องขอตัวก่อน....แล้วคุณ....ชื่ออะไรนะครับ? หลังจากได้แนะนำตัว จุนซูก็ต้องตกใจเมื่อเหลือบไปเห็นนาฬิกาเรือนใหญ่ที่ผนัง ซึ่งมันบอกว่าเวลาว่าเขาควรจะกลับได้แล้ว....
แจจุงครับ...คิมแจจุง....
ถ้างั้นราตรีสว้สดิ์ครับแจจุง....
เช่นกันครับ....
จุนซูกระชับเสื้อโค้ดของตัวเอง ก่อนจะก้าวรัวๆออกจากห้องไป..... ในเวลานี้เหลือเพียงแจจุงและยุนโฮ... ร่างสูงนอนอุดอู้อยู่ที่โซฟา แจจุงส่ายหน้านิดๆ เพราะไม่รู้จะลากยุนโฮขึ้นเตียงยังไง... ร่างบางก้าวเข้าไปใกล้ๆ กลิ่น
แอลกอฮอล์จากตัวยุนโฮเหม็นฟุ้งจนทำให้แจจุงถึงกับเบ้หน้า..... กินเหล้ามารึ.... คิดได้แค่นั้นก็พยุงยุนโฮขึ้นร่างสูงไร้เรี่ยวแรงเหมือนลูกนกปีกหัก แจจุงเกือบล้มทุกครั้งที่ยุนโฮเซไปเซมา เพราะร่างของยุนโฮนั้นสูงใหญ่กว่าเขาเป็นเท่าตัว....
ในที่สุดก็พายุนโฮมานอนบนเตียงจนได้..... แจจุงมองดูคนที่นอนไม่รู้เรื่องบนเตียงยิ้มๆ ก่อนจะเดินไปหยิบกะละมังใบเล็กๆที่ใส่น้ำไว้พร้อมกับผ้าขนหนูสีขาวไว้สำหรับเช็ดตัว....
แจจุงแช่ผ้าขนหนูในน้ำซักพักก่อนจะบิดให้หมาดแล้วเช็ดลงบนตัวของยุนโฮ มือเพรียวปลดกระดุมของร่างสูงออก เผยให้เห็นอกแกร่งที่กำลังกระเพื่อมอย่างเป็นจังหวะ.....มือบางให้ผ้าขนหนูเช็ดอย่างเบาๆเพราะกลัวจะเป็นการรบกวนการนอนของยุนโฮ....
ถ้าหากร่างสูงตื่นขึ้นมาคงจะไม่พอใจ.... ที่เขาเป็นคนปลุกยุนโฮให้ตื่นขึ้นจากฝันหวาน....
ฝันหวาน?...... ฝันที่ไม่มีคิม แจจุง คนนี้ไงล่ะ.... ใบหน้าของยุนโฮในตอนนี้กำลังยิ้มแย้ม.... ผิดกับเวลาที่อยู่กับคิม แจจุงคนนี้ถนัด.... เวลานั้นจะมีแต่จอง ยุนโฮผู้เย็นชา.... คนๆนี้ไม่ว่าจะทำอะไรก็ไม่เคยมีคำว่า ถูกต้อง สำหรับยุนโฮเลย...
บางทีก็คิดเหมือนกัน.... คำว่ารัก ที่เคยมีให้มันหายไปไหน?...
ปวดใจเหลือเกิน.... ยิ่งเข้าใกล้เท่าไหร่ก็ยิ่งดูเหมือนจะห่างไกลออกไป... ยุนโฮไม่ใช่คนเดิม.... ยุนโฮผู้อ่อนโยนหายไปไหน?
บางทีอาจจะหมดเวลาสำหรับแจจุงคนนี้แล้วก็ได้....
.
.
.
.......จองครับ.......คุณหมอจอง!!!
ค...ครับ
เพราะเสียงหวานทำให้คนที่เข้าสู้ห้วงคิดต้องสะดุ้งเฮือก ยุนโฮมองแจจุงที่ตอนนี้กำลังจ้องหน้าเขาอย่างสงสัย... หมอหนุ่มเกาหัวตัวเองแกร็กๆ ก่อนจะเอ่ยถาม
เรียกผม....มีอะไรหรอครับ?
เปล่าครับ...แค่เห็นหมอเหม่อๆ......
แจจุงตอบ รอยยิ้มเล็กๆผุดขึ้นที่มุมปากบาง.... รอยยิ้มที่ไมได้มีโอกาสเห็นมานานนั้นอยู่ตรงหน้ายุนโฮแล้ว.... ร่างสูงอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปแก้มเนียนของอีกฝ่าย....
เขาสัญญา.....
จากนี้ไป จะพยายามรักษารอยยิ้มนี้ไว้....
จะไม่มีทางทำผิดเป็นครั้งที่สองอีกแล้ว....
บรรยากาศเป็นใจ คนสองคนนั่งสบตากันที่ชิงช้าใต้ต้นไม้ใหญ่ สายลมเย็นพัดผ่านไปช้าๆราวกับจะหยุดเวลานี้ไว้.... บรรยากาศสุดโรแมนติคคงจะเป็นไปได้นานกว่านี้หาก......
โครก!!!!!
เสียงเตือนจากกระเพาะของร่างสูงดังขึ้น.... ยุนโฮยิ้มแหย๋ๆ ส่วนแจจุงหัวเราะเบาๆ ร่างบางผุดลุกขึ้นก่อนจะยื่นมือไปให้ร่างสูงที่จ้องเขาอยู่....
....ดูท่าคุณหมอจะหิวแล้ว....
เอ่อ.......อ..อืม.. ยุนโฮรับคำอย่างเสียมิได้....ก็ท้องของเขามันร้องเสียงดังซะขนาดนั้น...
งั้นเราไปทานข้าวกันเถอะครับ.....
ทานที่ไหนหรอ? ยุนโฮถามอีกครั้งกับร่างบางที่เดินนำเข้าบ้านไป
ทานที่นี่แหล่ะครับ....
แจจุงเดินนำเข้ามาถึงในครัวก่อนจะจัดการยกหม้อที่อยู่ข้างเตาขึ้นมาไว้บนเตาแล้วเปิดแก๊สอุ่น ก่นอจะหันไปกดหมอหุงข้าวเพื่ออุ่นข้าวให้ร้อน ปล่อยให้ร่างสูงได้แต่ยืนเก้ๆกังไม่รู้จะช่วยทำอะไรดี
ฉันฉันช่วยไหม?.... ยุนโฮเอ่ย
คนสวยหันมาส่ายหน้าไม่เป็นไร ยุนโฮก็ได้แต่พยักหน้ารับก่อนจะเดินออกไปรอข้างนอก..... ร่างสูงทรุดตัวลงกับเก้าอี้สำหรับรับประทานอาหารก่อนจะครุ่นคิดอะไรบางอย่าง.....
จนร่างบางเข้ามาถึงตัวแล้วเขาก็ยังไม่รู้สึกตัว แจจุงนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามดวงตากลมโตจ้องมองแขกผู้มาเยือนอย่างไม่วางตา..... จนมือเล็กๆนั่นเลื่อนเข้าไปสะกิดนั่นแหล่ะ ยุนโฮถึงจะรู้สึกตัวขึ้นมา...
เป็นอะไรไปครับ.....ทำไมเหม่อบ่อยจัง....มีเรื่องให้คิดหรอ?.... แจจุงว่า พลางใช้รอยยิ้มทรงเสน่ห์กระตุ้นให้ร่างสูงตอบคำถาม.....
ยุนโฮยิ้มแหย๋ๆ เขาเลือกเลี่ยงที่จะตอบคำถาม กลับก้มลงมองและให้ความสนใจกับอาหารตรงหน้ามากกว่า.....
ว้าว!!.....แกงกิมจิหรอเนี่ย.... ยุนโฮอุทานเบาๆ แต่มีหรือที่คนหูดีจะไม่ได้ยิน
ยุนโฮเขาชอบกินน่ะครับ....ผมเลยทำทิ้งไว้....เผื่อเวลาผมไปทำงานถ้าเกิดเขาหิวขึ้นมาจะได้อุ่นกินได้.....
คำบอกของแจจุงทำเอายุนโฮต้องผงกหัวขึ้นมา.... ความฉงนสงสัยผุดขึ้นในสมอง.... แจจุงทำงาน?.... แต่เขาจำได้ว่าแจจุงไม่ได้ทำงานนี่นา......
แต่ถ้าแจจุงไม่ทำงาน....แล้วจะมีเงินใช้ได้อย่างไร?....
นั่นทำให้ยุนโฮตัดสินใจเอ่ยถามร่างบางที่กำลังตักข้าวให้เขา
แจจุง.....คุณทำงานอะไรหรือครับ?....
ขายหนังสือครับ.....ตรงร้านหัวมุมถนนใหญ่น่ะครับ.....
งั้นหรอครับ..... ยุนโฮพูดเพ้อๆ
หลังจากนั้นทั้งสองก็ไม่ได้พูดอะไรอีก จนกระทั่งยุนโฮกินข้าวจนหมด..... มือหนายกแก้วน้ำที่มีน้ำอยู่เต็มขึ้นมาดื่มขณะที่ดวงตาของเขายังคงจดจ่ออยู่กับใบหน้าขาวของอีกคน.....
คุณหมอมีคนรักหรือยังครับ?
.........มีแล้วครับ....ยุนโฮตอบอย่างไม่ชั่งใจแม้สักนิด คนรักของผม ก็อยู่ตรงหน้านี้ไง.... คนรักของผมก็คือคุณไงแจจุง.....
ตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว....ผมว่าคุณหมอควรจะกลับบ้านได้แล้วนะครับ.....
แจจุงออกปากไล่ ทำเอาหมอหนุ่มหน้าเสีย ตัวเขานั้นอยากจะอยู่กับแจจุงให้นานกว่านี้เพื่อที่จะได้ชดใช้เวลาที่ห่างหายไป....เขาอยากสังเกตอาการของแจจุงอีกซักนิด.... และเขาคงจะอยู่ได้นานกว่านี้ถ้าเจ้าตัวไม่ออกปากไล่เสียเอง....
ทำไมล่ะครับ?....ขอผมอยู่ดูอาการของยุนโฮอีกซักพักก่อนค่อยกลับได้ไหม? ยุนโฮต่อรอง ทว่าแจจุงกลับปั้นหน้าตึง เจ้าตัวพยักหน้าน้อยๆเป็นเชิงอนุญาตก่อนจะเก็บจานที่อยู่บนโต๊ะทั้งหมดแล้วเดินเข้าครัวไป.....
ด้านยุนโฮนั้น เขาเลือกที่จะพักหลังจากซัดแกงกิมจิที่โปรดปรานโดยการนั่งดูทีวีที่โซฟาแสนคุ้นเคย... ตาคมหยุดจ้องที่ทีวี....ทว่าจิตใจของเขาล่องลอยไปไกลเสียแล้ว.... บ้านนี้มีหลายสิ่งที่ยังติดตรึงอยู่ในความทรงจำของเขา.... เขายังจำมันได้ ทุกๆอย่างที่เคยเป็นของเขา.... รวมทั้งแจจุงก็เช่นกัน..... ทุกๆอย่างที่เคยมีมันเป็นเพียงแค่อดีต....
อดีตที่เขากำลังจะพยายามทำให้กลายเป็นปัจจุบัน....
ครืน!
เสียงฟ้าร้องดังสนั่น ทำให้ยุนโฮที่นั่งอยู่ที่โซฟาต้องลุกออกไปมองท้องฟ้าที่หน้าต่าง ท้องฟ้าที่สดใสถูกทาทับด้วยเมฆสีดำสนิท ฟ้าแลบแปลบๆเป็นระยะ เขามองไปทางห้องครัว....
แจจุงยังไม่ออกมา.....
ร่างสูงรู้ว่าควรจะทำเช่นไร.... ขาของเขาก้าวหนักๆไปยังห้องครัว.... ก่อนจะเลี้ยวผ่านบานประตูเข้าไป.... ภาพที่ปรากฏตรงคือแจจุงกำลังกอดเข่าตัวเองแน่น.... ไหล่เล็กๆนั้นสั่นอย่างช่วยไมได้..... เขาก้าวเข้าไปใกล้ๆร่างบางก่อนจะทรุดตัวลงและโอบกอดแจจุงอย่างอ่อนโยน.....
ยุนโฮพาร่างบางมายังโซฟาตัวที่เขานั่งพักเมื่อครู่.... ร่างกายของแจจุงยังคงสั่นอยู่ใบหน้าขาวดูหวาดกลัวกับพายุที่กำลังก่อตัวขึ้นนอกบ้าน.... เขารู้ทุกอย่าง... รู้ว่าแจจุงเกลียดพายุขนาดไหน....
เพราะฉะนั้นวันนี้แขนทั้งสองข้างของเขาจะใช้โอบกอดร่างบางตรงหน้าให้อบอุ่น.... ให้แจจุงไม่โดดเดี่ยวอีกแล้ว... สัญญา...ยุนโฮคนนี้สัญญาด้วยชีวิต....
ไม่ใช่ความรู้สึกผิดที่ทำให้เขาต้องกลับมาทำแบบนี้เพื่อแจจุง.... แต่เป็นเพราะเขาไม่สามารถลืมคนๆนี้ให้ผมดไปจากใจได้ต่างหาก.....
ยุนโฮรักแจจุง....
ในใจมันฟ้องเช่นนี้......
ฝนกำลังจะตก...... ร่างในอ้อมแขนเอ่ยแผ่วๆ.... ยุนโฮรั้งใบหน้าหวานมามอง.... น้ำใสๆคลอที่เบ้าตาก่อนจะไหลลงมา นิ้วโป้งของยุนโฮจึงต้องเกลี่ยเบาๆให้น้ำนั่นออกจากใบหน้าใส..... เหตุเพราะแจจุงไม่เหมาะกับน้ำตา...
ครับ....พายุกำลังจะเข้า....
คุณกลับไป...เถอะครับ....ผม.....ผมอยู่ได้....
แม้ปากจะบอกเช่นนั้นแต่การะกระทำมันไม่ใช้แม้แต่น้อย การที่ซุกเข้าหากับอกเขาเมื่อได้เห็นแสงสีฟ้าแลบแปลบๆเข้าทางหน้าต่างเนี่ยนะที่บอกว่า สามารถอยู่คนเดียวได้.... โกหกล่ะสิไม่ว่า...
ทำไมถึงชอบไล่ผมจัง......ขอผมอยู่.....
ไมได้ครับ..... ยังไม่ทันที่ร่างสูงจะพูดจบ ริมฝีปากบางก็เอ่ยสวนขึ้น....
ทำไมล่ะ?
เพราะ......เพราะคนรักของคุณอาจกำลังรอคุณอยู่....ตอนนี้......ผมไม่อยากให้เขาต้องรอคุณเพราะผม....รีบกลับไปหาเขาเถอะครับ...อย่าให้เขารอนาน....... แจจุงผลักคนตัวโตให้ออกห่าง ....อย่าทำให้แฟนคุณเสียใจ.....
เพียงแค่นั้นความรู้สึกผิดทั้งหมดก็ฉายซ้ำอีกครั้งในหัวของยุนโฮ......
จะบอกได้ไหม?
พูดได้หรือเปล่า....
คนที่ฉันรักที่สุดก็คือนายแจจุง.....ฉันจะไม่ไปไหนทั้งสิ้น....เพราะฉันไม่อยากทำให้นายเสียใจ.....
TBC part4~
ลัลล้า = ="
เรื่องนี้กลายๆว่าแจเป็นโรคเศร้า~ ต้องหาอะไรมาทดแทนส่วนที่ขาด ~ ไม่ได้เป็นคนบ้าเน้อ(ถึงชื่อเรื่องจะว่างั้นก็เหอะ) เพราะงั้นแจจึงยังทำงานได้เหมือนคนทั่วไป เพียงแต่จะมีบางอย่างที่ไม่เหมือนคือ เห็นตุ๊กตาหมีเป็นตาพี่ยุนนั่นเองงงง~~
.
.
ปลล.~~ อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นนะคะ>< เพราะมันคือ สิ่งแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม~~
งืออ อันนี้เปิดเรื่องมาก็เศร้าแล้วอ่า
